Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6166/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 12 บัญญัติว่า "การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี"ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 10 และกำหนดโทษจำคุก 66 ปี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา 12 ดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2542 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย กับจำเลยที่ 2 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายโดยการขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา80,000 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยธนบัตรชนิดต่าง ๆ หลายฉบับ รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรที่ได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีนที่ได้จำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อจำนวน 2,000 เม็ด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 10 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทเป็นความผิดในบทมาตราเดียวกันและมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 66 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 22 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 33 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 11 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์และจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษแก่จำเลยที่ 1ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า"การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี"

ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และกำหนดโทษจำคุกถึง 66 ปี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้กำหนดโทษแก่จำเลยที่ 1 โดยให้จำคุก 30 ปี ก่อนลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พ.ศ. 2534 มาตรา 10 บัญญัติให้กำหนดโทษจำคุกกรณีนี้เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ดังนั้น เมื่อคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ผู้มิใช่เป็นเจ้าพนักงานซึ่งร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุดแล้ว โดยศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกก่อนลดโทษมีกำหนด 22 ปี การจะกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 1 จำนวน30 ปี ซึ่งมากกว่าจำเลยที่ 2 เพียง 8 ปี ย่อมเห็นได้ชัดแจ้งว่าจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติในมาตรา 10 ดังกล่าว กรณีจึงเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 12แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่1 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10, 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุก 50 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้