Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัมปทานทำไม้ป่าชายเลนระหว่างโจทก์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำเลยมีกำหนดระยะเวลา 15 ปี การที่จำเลยโดยกรมป่าไม้สั่งให้โจทก์ระงับการทำไม้ในระหว่างอายุสัมปทาน จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นกระทรวงมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2529 จำเลยให้สำปทานทำไม้ป่าชายเลนกับโจทก์ในป่าโครงการคลองน้ำร้อน (กบ.44) ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ 3,910 ไร่ มีกำหนด 15 ปี ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2529 ถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2544 ต่อมาปลายปี 2539 โจทก์ได้รับแจ้งด้วยวาจาจากป่าไม้เขตนครศรีธรรมราชและป่าไม้จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลการทำไม้ป่าชายเลนของโจทก์และเป็นตัวแทนของจำเลย อ้างว่าจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการทำไม้ป่าชายเลนของโจทก์เป็นการชั่วคราวพร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ

ทันทีถ้าโจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งห้าม การกระทำของตัวแทนจำเลยที่ได้กระทำตามอำนาจหน้าที่ที่จำเลยมอบหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถทำไม้ป่าชายเลนได้ อายุสัมปทานของโจทก์มีอายุถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2544 จึงเป็นการผิดสัญญาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ โจทก์มีความประสงค์จะรับเงินชดเชยความเสียหายจากอธิบดีกรมป่าไม้ ตามมาตรา 68 อัฏฐ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยให้ดำเนินการแจ้งคำสั่งระงับการทำไม้ป่าชายเลนเป็นการชั่วคราวให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือ แต่จำเลยไม่ยินยอมดำเนินการใดๆ โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์ได้รับเงินชดเชยความเสียหาย ผลของการผิดสัญญาของจำเลยที่สั่งระงับการทำไม้ก่อนจะสิ้นอายุสัมปทาน

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 1,015,000 บาท โจทก์ลงลายมือชื่อในสัมปทานทำไม้ป่าชายเลนที่สำนักงานป่าไม้จังหวัดกระบี่ มูลคดีจึงเกิดขึ้นในจังหวัดกระบี่ จึงอยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดกระบี่ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 1,015,000 บาท และคืนเงินประกันจำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การทำสัญญาสัมปทานทำไม้ป่าชายเลนระหว่างโจทก์กับจำเลยทำที่กรมป่าไม้และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งอยู่กรุงเทพมหานคร มูลคดีจึงเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานครจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลแพ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดกระบี่ คดีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เคยมีคำสั่งให้โจทก์หยุดทำกิจการที่ได้รับสัมปทานตามฟ้องเป็นการชั่วคราวทั้งไม่เคยมอบอำนาจหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นใดมีคำสั่งเช่นว่านั้นโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินชดเชยจากจำเลยและไม่มีอำนาจฟ้องแต่เป็นความพยายามของโจทก์ที่จะให้จำเลยออกคำสั่งระงับการทำไม้ป่าชายเลนเพื่อจะได้เป็นเหตุฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลย แต่จำเลยไม่ต้องการระงับการทำไม้ป่าชายเลนของโจทก์ จึงไม่ออกคำสั่งจำเลยจึงยังผิดสัญญา

โจทก์เข้าทำไม้ตามสัมปทานก่อนฟ้องเป็นเวลา 10 ปี ผลประโยชน์และรายได้เกินคุ้มเงินลงทุนทั้งหมดที่โจทก์ใช้จ่ายไปแล้วจึงไม่มีค่าเสียหายใดๆ ที่จะเรียกร้องจากจำเลยได้อีก ทั้งนี้ตามความในมาตรา 68 สัตต แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ส่วนค่าชดเชยความเสียหายที่เป็นโรงเรือน บ้านพัก เตาถ่าน เรือ และท่าเทียบเรือเป็นเงิน 1,015,000 บาท ไม่ได้เป็นสิ่งที่โจทก์ทำขึ้นใหม่ แต่ได้รับมอบมาจากผู้ประกอบการคนก่อนที่ได้รับสัมปทานทำไม้มาก่อน จึงไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์เป็นผู้รับสัมปทานจำเลยเป็นผู้ให้สัมปทานทำไม้ป่าชายเลน ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ 3,910 ไร่ มีกำหนดระยะเวลา 15 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2529 ถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2544 ตามสำเนาสัมปทานทำไม้ป่าชายเลน เอกสารหมาย จ.4 ต่อมาจำเลยโดยกรมป่าไม้มีคำสั่งให้โจทก์ระงับการทำป่าไม้ ก่อนครบกำหนดระยะเวลาสัมปทาน มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า สัมปทานทำไม้ป่าชายเลนระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดระยะเวลา 15 ปี ในระหว่างอายุสัมปทานตามสำเนาสัมปทานทำไม้ป่าชายเลน เอกสารหมาย จ.4 การที่จำเลยโดยกรมป่าไม้สั่งให้โจทก์ระงับการทำไม้ จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา กษิตินนท์ · องอาจ โรจนสุพจน์ · พีรพล พิชยวัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้