Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6153/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี กับข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเกิน 1 ปี มีความหมายแตกต่างกัน หามีความหมายเหมือนกันไม่ กล่าวคือ ข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นั้น หมายความว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยระยะเวลาตั้งแต่วันครบ 1 ปี เป็นต้นไป ส่วนข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเกิน 1 ปี หมายความว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยระยะเวลาถัดจากวันครบ 1 ปี เป็นต้นไปดังนั้น ที่โจทก์นำดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองผิดนัดค้างชำระงวดที่สามและงวดที่สี่มาทบต้นในวันครบกำหนด 1 ปี พอดีจึงถือได้ว่าโจทก์ได้นำดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองผิดนัดค้างชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี มาทบต้นเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้ว ดอกเบี้ยหาตกเป็นโมฆะไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 678,686.44 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ในต้นเงิน628,961.54 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละปีนับถัดจากวันฟ้องไปทุก ๆ ปี จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น หากไม่ชำระและโจทก์ได้จ่ายแทนไปก็ให้โจทก์มีสิทธิบังคับชำระเงินที่โจทก์จ่ายแทนไปจากจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระก็ขอให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ที่จดทะเบียนจำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์หากไม่พอก็ขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์จะมีฐานะเป็นนิติบุคคลจริงหรือไม่

จะมีใครเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยทั้งสองไม่ทราบผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี เพราะประกาศกระทรวงการคลังให้อำนาจโจทก์คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราดังกล่าวได้ยกเลิกไปแล้ว โจทก์คงมีสิทธิคิดได้เพียงไม่เกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หนังสือสัญญากู้เงินเป็นเอกสารปลอมโจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองในอัตราร้อยละ 16 ต่อปีต้นเงินจึงผิดไปจากข้อตกลงในสัญญาและผิดกฎหมาย ดอกเบี้ยทั้งหมด จึงตกเป็นโมฆะสัญญาจำนองเป็นเอกสารปลอมหรือเป็นโมฆะ การบอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยทั้งสองนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน634,606.35 บาท แก่โจทก์

พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ12.5 ต่อปี ในต้นเงิน 622,065.29 บาท นับแต่วันที่ 30สิงหาคม 2532 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้อง (วันที่ 23กุมภาพันธ์ 2533) และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16 ต่อปีในต้นเงิน 622,065.29 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระก็ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 19437 ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด เอาเงินชำระหนี้โจทก์หากไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้หรือไม่เพียงใดจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ข้อความในสัญญากู้ที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ข้อ 4 ตามเอกสารหมาย

จ.5 ที่ว่าผู้กู้ผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี มีความหมายเหมือนกับข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี ดังนั้นการที่โจทก์นำดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองผิดนัดค้างชำระงวดที่สามและงวดที่สี่มาทบต้นในวันครบกำหนด 1 ปี พอดี เป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี กับข้อความที่ว่า ผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเกิน 1 ปี มีความหมายแตกต่างกัน หามีความหมายเหมือนกันดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่ กล่าวคือ ข้อความที่ว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นั้นหมายความว่าผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยระยะเวลาตั้งแต่วันครบ1 ปี เป็นต้นไป ส่วนข้อความที่ว่า ผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยเกิน 1 ปี หมายความว่า ผิดนัดค้างชำระดอกเบี้ยระยะเวลาถัดจากวันครบ 1 ปี เป็นต้นไป ดังนั้น ที่โจทก์นำดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองผิดนัดค้างชำระงวดที่สามและงวดที่สี่มาทบต้นในวันครบกำหนด 1 ปี พอดี จึงถือได้ว่าโจทก์ได้นำดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองผิดนัดค้างชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี มาทบต้นเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาข้อ 4แล้ว ดอกเบี้ยหาตกเป็นโมฆะดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2566

ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์และจำเลยภายหลังหย่าเป็นความตกลงระงับข้อพิพาทที่โจทก์และจำเลยไม่อาจรักษาสถานภาพของการสมรสที่มีต่อกันไว้ได้ด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่ต้องตีความไปต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2562

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงซื้อขายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 เมื่อจำเลยทั้งสองให้การและนำสืบพยานหลักฐานรับแล้วว่า การผลิตและส่งมอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงทุกต้นให้แก่โจทก์เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12696/2558

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ส่วนที่ดินของจำเลยทั้งสามอยู่ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งสามย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้