Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านต่างขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายคดีจึงมีประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัยเพียงว่าสมควรตั้งผู้ร้องที่ 2 หรือผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นที่โต้เถียงกันเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตายนั้นศาลไม่อาจก้าวล่วงไปวินิจฉัยได้ ผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านชอบที่จะไปดำเนินคดีเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ทั้งนี้ทายาทที่จะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1713 หมายความถึงทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกหรือผู้มีส่วนได้เสีย แม้ผู้ร้องที่ 2 เป็นภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแต่ได้อยู่กินร่วมกันจนผู้ตายถึงแก่ความตาย เมื่อมีทรัพย์สินได้มาในระหว่างนั้น ย่อมถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้ร้องที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 1713 ส่วนผู้คัดค้นซึ่งเป็นบิดาของผู้ตายเป็นทายาทลำดับที่ 2 แต่ก็มีสิทธิรับมรดกเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1630 วรรคสอง ศาลจึงตั้งบุคคลทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน เพื่อความเป็นธรรมแก่ทายาททุกฝ่าย

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นบุตรของผู้ร้องที่ 2 กับนายอดุลย์เดชผดุง ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และนายอดุลย์ได้รับรองผู้ร้องที่ 1 เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2538 นายอดุลย์ได้ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกไว้ ในระหว่างมีชีวิตอยู่ผู้ตายมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน 1 แปลงซึ่งผู้ตายและผู้ร้องที่ 2 นำไปจำนองไว้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์กรณีมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก จึงขอให้ศาลแต่งตั้งผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ร้องที่ 2 ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางบุญเรือน

มาลัยนาค (ที่ถูกควรเป็นนางสาวบุญเรือนมาลัยนาค) ผู้ร้องที่ 2 และนายจำลอง เดชผดุง ผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของนายอดุลย์ เดชผดุง ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า นายอดุลย์ เดชผดุง ผู้ตายเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้คัดค้าน กับนางไอ เดชผดุง ผู้ร้องที่ 2 อยู่กินกันฉันสามีภริยากับผู้ตาย แต่มิได้จดทะเบียนสมรสกันและมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ ผู้ร้องที่ 1 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2538 ผู้ตายได้ถึงแก่ความตายตามใบมรณบัตรเอกสารหมาย ร.6 หรือ ค.3 โดยผู้ตายและผู้ร้องที่ 2 มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 158851 ตำบลบางเขน (สวนใหญ่) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ร.3 ซึ่งก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกไว้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า

ผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องที่ 2 หรือไม่ โดยคดีนี้ผู้ร้องทั้งสองนำสืบว่า ระหว่างที่ผู้ร้องที่ 2 กับผู้ตายอยู่กินด้วยกันนั้น ได้ร่วมกันซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 158851 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ร.3 และร่วมกันปลูกสร้างบ้านบนที่ดินดังกล่าว ซึ่งผู้ร้องที่ 2 และผู้ตายได้กู้ยืมเงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์มาซื้อบ้านและที่ดิน โดยนำที่ดินดังกล่าวจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเอกสารหมาย ร.5 ซึ่งทั้งผู้ร้องที่ 2 และผู้ตายร่วมกันผ่อนชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเรื่อยมา ต่อมาในปี 2535 ผู้ตายประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำจนพิการผู้ร้องที่ 2 จึงต้องรับภาระผ่อนส่งเงินให้แก่ธนาคารเพียงผู้เดียวจนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย

ผู้ร้องที่ 2 ก็ยังต้องรับภาระดังกล่าวอยู่ส่วนผู้คัดค้านนำสืบว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 158851 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ร.3 ที่ผู้ร้องที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตายนั้น แท้จริงแล้วผู้ตายและนางละออ ซึ่งเป็นป้าผู้ตายร่วมกันออกเงินซื้อที่ดินดังกล่าว โดยผู้ตายออกเงินจำนวน 150,000 บาท นางละออออกเงินจำนวน 100,000 บาท แล้วตกลงแบ่งที่ดินกันโดยผู้ตายได้ที่ดินเป็นเนื้อที่ 25 ตารางวา ส่วนนางละออได้ที่ดินเป็นเนื้อที่ 20 ตารางวา สาเหตุที่ไม่มีชื่อนางละออในโฉนดที่ดินเพราะผู้ตายต้องการนำที่ดินไปจำนองเอาเงินปลูกสร้างบ้าน โดยตกลงว่าเมื่อผ่อนชำระเงินแก่ธนาคารหมดแล้วก็จะแบ่งที่ดินให้แก่นางละออ ก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตายผู้ตายประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ

ทำให้ร่างกายทุพพลภาพ ผู้คัดค้านจึงนำผู้ตายมาพักรักษาตัวที่บ้านของผู้คัดค้านโดยผู้ร้องที่ 2 ไม่ได้มาดูแล เพียงแต่มาเยี่ยมเดือนละ 2 ถึง 3 ครั้งและให้เงินครั้งละ 300 ถึง 400 บาท เท่านั้น ซึ่งผู้คัดค้านเพิ่งมาทราบภายหลังว่าเงินที่ผู้ร้องที่ 2 นำมาให้ผู้ตายเป็นเงินประกันสังคมของผู้ตาย ที่ผู้ตายมีสิทธิจะได้รับเดือนละประมาณ 3,000 บาท หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องที่ 2 ก็มีสามีใหม่โดยมีบุตรด้วยกัน 1 คน เห็นว่า การที่ผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านต่างขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น มีประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัยเพียงว่า สมควรตั้งผู้ร้องที่ 2 หรือผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้หรือไม่เท่านั้น

ส่วนประเด็นที่ผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านยกขึ้นโต้เถียงเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตายนั้น ศาลยังไม่อาจก้าวล่วงไปวินิจฉัยได้โดยผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านชอบที่จะไปดำเนินคดีเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ ทั้งนี้ทายาทที่จะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 หมายความถึงทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก หรือผู้มีส่วนได้เสีย แม้ผู้ร้องที่ 2 เป็นภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แต่ได้อยู่กินร่วมกันจนผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อมีทรัพย์สินได้มาในระหว่างนั้น ย่อมถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้ร้องที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 ส่วนผู้คัดค้านซึ่งเป็นบิดาของผู้ตายแม้เป็นทายาทลำดับที่ 2 แต่ก็มีสิทธิรับมรดกเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1630 วรรคสอง

ดังนั้น เมื่อผู้ร้องที่ 2 มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ส่วนผู้คัดค้านเป็นทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ประกอบกับผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านมีจุดประสงค์เดียวกันที่จะคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องที่ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 จึงสมควรตั้งบุคคลทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน เพื่อความเป็นธรรมแก่ทายาททุกฝ่ายต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตั้งผู้ร้องที่ 2 เพียงผู้เดียวให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้นอนึ่ง ศาลชั้นต้นได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้แก้ไขเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนายจำลอง เดชผดุง ผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกของนายอดุลย์ เดชผดุง ผู้ตายร่วมกับนางสาวบุญเรือน มาลัยนาค ผู้ร้องที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สดศรี สัตยธรรม · จำรูญ แสนภักดี · สุมิตร สุภาดุลย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้