Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน จากบริษัทท.แล้วจำเลยเช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน จากโจทก์ แม้ในขณะโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันที่ให้เช่าซื้อก็ตาม แต่บริษัท ท. ยินยอมให้โจทก์นำรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันออกให้ผู้อื่นเช่าซื้อช่วงได้ และโจทก์สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน ให้แก่จำเลยได้ หากจำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อครบตามสัญญา จำเลยสมัครใจเข้าทำสัญญาโดยมิได้โต้แย้งในเรื่องนี้แต่อย่างใด จำเลยจึงต้องผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อ จะอ้างว่าขณะทำสัญญาโจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อ จึงไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยได้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ไปรวม 8 คัน โดยตกลงผ่อนชำระเป็นงวด จำเลยได้รับรถยนต์ทั้ง8 คัน ไปจากโจทก์แล้วตั้งแต่ในวันทำสัญญาเช่าซื้อแต่ละฉบับ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 8 คัน ให้แก่โจทก์ตามสัญญาโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาและทวงถามให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ทั้ง 8 คันคืนโจทก์หลายครั้งแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหายขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นเงิน 4,346,666 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบรถยนต์ทั้ง 8 คัน คืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ทั้ง 8 คัน คืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ใช้การได้ดีหากจำเลยไม่คืนหรือคืนไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้จำเลยรับผิดใช้ราคาแก่โจทก์เป็นเงิน 1,900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ตามฟ้อง ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ จำเลยไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องทั้ง 8 คัน จำเลยมิได้ผิดสัญญาตามที่โจทก์กล่าว โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาใด ๆ กับจำเลย ค่าเสียหายตามฟ้องไม่มีและถ้าจะมีก็ไม่เกินคันละ 1,000 บาทต่อเดือน ขอให้โจทก์ดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์ทั้ง 7 คัน ให้แก่จำเลย ถ้าไม่อาจดำเนินการได้ ให้คู่กรณีกลับสู่ฐานะเดิมและให้โจทก์ชดใช้ราคารถยนต์คันละ 250,000 บาท รวม 7 คัน เป็นเงิน 1,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะชำระเสร็จโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 1,507,100 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาทต่อรถยนต์แต่ละคัน นับตั้งแต่วันฟ้องและให้จำเลยส่งมอบรถยนต์พิพาท7 คันแรกตามฟ้องคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากไม่คืนให้จำเลยรับผิดชดใช้ราคารถยนต์พิพาททั้ง 7 คัน แก่โจทก์ เฉพาะรถยนต์คันหมายเลขคัสซี เค.เอ็ม. 310-26519 จำนวน 150,000 บาท รถยนต์นอกนั้นอีก 6 คัน ราคาคันละ 250,000 บาท รวม 7 คัน เป็นเงิน1,650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบคืนหรือใช้ราคาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้เช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันมาจากบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด โดยบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด ยินยอมให้โจทก์ให้ผู้อื่นเช่าซื้อช่วงได้ โจทก์จึงนำรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันให้จำเลยเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.9 และต่อมาโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันครบถ้วนแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ขณะโจทก์ให้จำเลยเช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีอำนาจให้เช่าซื้อได้ สัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.9เป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าแม้ในขณะโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อต่อกัน โจทก์จะยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันที่ให้เช่าซื้อก็ตาม แต่บริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด ก็ได้ยินยอมให้โจทก์นำรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันออกให้ผู้อื่นเช่าซื้อช่วงต่อได้ และโจทก์สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันให้แก่จำเลยได้ หากจำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อครบตามสัญญา จำเลยเองก็สมัครใจเข้าทำสัญญามิได้เกี่ยงงอนมาก่อนแต่อย่างใด เช่นนี้จำเลยจะกลับมาอ้างว่าขณะทำสัญญาโจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13071/2558

โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์มาจากบริษัท ง. โจทก์จึงมีเพียงสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อ การที่โจทก์ทำสัญญาขายรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ บ. โดยมีข้อตกลงให้ บ. ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7461/2547

โจทก์ฟ้องโดยอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของ อ. ว่า ที่ดินและอาคารพิพาทที่ อ. ทำสัญญาเช่าซื้อจากจำเลยเป็นทรัพย์มรดกของ อ. ซึ่งตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม โจทก์จึงชอบที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะทายาทโดยธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2545

ทรัพย์สินที่ซื้อขายโดยมีเงื่อนไขจะโอนกรรมสิทธิ์กันนั้นผู้ขายอาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกขายล่วงหน้าได้ฉะนั้น เมื่อจำเลยตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์คันพิพาทกับโจทก์โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์จะโอนกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4973/2545

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้ค้ำประกันร่วมรับผิด จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อสัญญาเช่าซื้อจึงตกเป็นโมฆะ ประเด็นว่าสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4547/2545

คำเสนอขายรถยนต์พิพาทมี ส. ลงชื่อโดยมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองแต่กรรมการของบริษัทมีเพียง ส. เท่านั้น ส. จึงมิได้เสนอขายเป็นส่วนตัว แม้จะมิได้ประทับตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้