Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61497)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,360 ลงโทษตามมาตรา 360อันเป็นบทหนักจำคุกมีกำหนดคนละ 1 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2คนละ 9 เดือน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุกคนละ 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 104)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 105)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้รื้อถนนสาธารณะ เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,360 ลงโทษตามมาตรา 360ซึ่งเป็นบทหนัก เมื่อลดโทษให้แล้วคงจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง เมื่อลดโทษให้แล้วคงจำคุกคนละ 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อ 2.1 ว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ การกระทำของจำเลยเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 เพราะถนนพิพาทไม่มีผู้ใช้และหมดประโยชน์ จำเลยทั้งสองเข้าใจว่ารื้อได้ แต่สภาพของถนนยังคงเป็นถนนอยู่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2.2 ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีไม่ถูกต้องอย่างไร จำเลยทั้งสองหาได้กล่าวอ้างขึ้นไม่ จึงเป็นฎีกาที่พิจารณาละฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่าโจทก์นำสืบไม่ครบองค์ความผิด เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 316/2531พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลกโจทก์นายบุญธรรม พรมส้มซ่า กับพวกจำเลยนายบุญธรรม พรมส้มซ่า ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายจำเริญหรือสำเริง โพธิพูลหรือโพธิ์พูล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,360 ลงโทษตามมาตรา 360อันเป็นบทหนักจำคุกมีกำหนดคนละ 1 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2คนละ 9 เดือน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุกคนละ 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 104)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 105)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้รื้อถนนสาธารณะ เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,360 ลงโทษตามมาตรา 360ซึ่งเป็นบทหนัก เมื่อลดโทษให้แล้วคงจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง เมื่อลดโทษให้แล้วคงจำคุกคนละ 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อ 2.1 ว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ การกระทำของจำเลยเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 เพราะถนนพิพาทไม่มีผู้ใช้และหมดประโยชน์ จำเลยทั้งสองเข้าใจว่ารื้อได้ แต่สภาพของถนนยังคงเป็นถนนอยู่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2.2 ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีไม่ถูกต้องอย่างไร จำเลยทั้งสองหาได้กล่าวอ้างขึ้นไม่ จึงเป็นฎีกาที่พิจารณาละฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่าโจทก์นำสืบไม่ครบองค์ความผิด เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57241)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1,2.2,2.3เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีสาระ และฎีกาข้อ 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59676)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลตัดสินจำคุกไม่เกินห้าปีจำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61439)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61576)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยในส่วนของข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายนั้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบมาตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้