Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61495)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจศาลในการฟังพยาน จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 3.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ไม่ให้โจทก์ได้รับค่าล่วงเวลาเพราะเหตุว่าโจทก์มิได้ทักท้วงถึงความไม่ถูกต้องไว้ก่อนนั้นเป็นการฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในสำนวนและฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากกรณีดังกล่าวกฎหมายคุ้มครองแรงงานมิได้บัญญัติว่าจะต้องทักท้วงไว้แต่อย่างใด นอกจากนี้อุทธรณ์ในข้อ 5ยังเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า ข้อตกลงในเรื่องค่าล่วงเวลาฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่มีผลบังคับ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา 65,812.50 บาทค่าทำงานในวันหยุด 27,000 บาท ค่าล่วงเวลาในวันหยุด 20,250 บาทและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี 2,700 บาทแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 49)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้จ่ายเงินให้โจทก์อีกจำนวนหนึ่งเดือนละ 6,000 บาททุกเดือน เป็นค่าเหมาจ่ายค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์อีก ดังนี้ ที่โจทก์อุทธรณ์ในข้อ 3.1 ว่า ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ โจทก์น่าจะทักท้วงถึงความไม่ถูกต้อง การที่โจทก์ไม่ทักท้วงทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยได้จ่ายเงินตามสิทธิให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว เป็นคำวินิจฉัยที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนนั้นเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่โจทก์หยิบยกขึ้นมานั้น เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางหยิบยกพยานหลักฐานขึ้นมาประกอบการวินิจฉัยปัญหาที่ว่าจำเลยได้จ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ฯลฯให้โจทก์แล้วหรือไม่เป็นการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นการโต้เถียงการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54สำหรับอุทธรณ์ข้อ 3.2,3.3 และข้อ 4 ของโจทก์นั้นสรุปได้ว่าโจทก์เห็นว่าเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์อีกจำนวนหนึ่งเดือนละ 6,000บาทกรณีต้องฟังว่าเป็นเงินค่ารับรอง 4,000 บาท เงินเบี้ยเลี้ยง2,000 บาทจึงเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าเหมาจ่ายค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง เช่นกันส่วนอุทธรณ์ข้อที่ 5 ของโจทก์ที่ว่า ที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า จำเลยได้เหมาจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำ เป็นคำวินิจฉัยที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่าโจทก์หาได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลแรงงานกลางไม่ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 314/2531นายสนั่น มโนวันโจทก์บริษัท ฮาซาม่า งูมิ จำกัดจำเลยนายสนั่น มโนวัน โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54 ป.วิ.พ. ม. 225ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจศาลในการฟังพยาน จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 3.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ไม่ให้โจทก์ได้รับค่าล่วงเวลาเพราะเหตุว่าโจทก์มิได้ทักท้วงถึงความไม่ถูกต้องไว้ก่อนนั้นเป็นการฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในสำนวนและฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากกรณีดังกล่าวกฎหมายคุ้มครองแรงงานมิได้บัญญัติว่าจะต้องทักท้วงไว้แต่อย่างใด นอกจากนี้อุทธรณ์ในข้อ 5ยังเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า ข้อตกลงในเรื่องค่าล่วงเวลาฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่มีผลบังคับ

โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา 65,812.50 บาทค่าทำงานในวันหยุด 27,000 บาท ค่าล่วงเวลาในวันหยุด 20,250 บาทและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี 2,700 บาทแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 49)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้จ่ายเงินให้โจทก์อีกจำนวนหนึ่งเดือนละ 6,000 บาททุกเดือน เป็นค่าเหมาจ่ายค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์อีก ดังนี้ ที่โจทก์อุทธรณ์ในข้อ 3.1 ว่า ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ โจทก์น่าจะทักท้วงถึงความไม่ถูกต้อง การที่โจทก์ไม่ทักท้วงทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยได้จ่ายเงินตามสิทธิให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว เป็นคำวินิจฉัยที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนนั้นเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่โจทก์หยิบยกขึ้นมานั้น เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางหยิบยกพยานหลักฐานขึ้นมาประกอบการวินิจฉัยปัญหาที่ว่าจำเลยได้จ่ายค่าล่วงเวลา

ค่าทำงานในวันหยุด ฯลฯให้โจทก์แล้วหรือไม่เป็นการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นการโต้เถียงการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54สำหรับอุทธรณ์ข้อ 3.2,3.3 และข้อ 4 ของโจทก์นั้นสรุปได้ว่าโจทก์เห็นว่าเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์อีกจำนวนหนึ่งเดือนละ 6,000บาทกรณีต้องฟังว่าเป็นเงินค่ารับรอง 4,000 บาท เงินเบี้ยเลี้ยง2,000 บาทจึงเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าเหมาจ่ายค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุด

ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง เช่นกันส่วนอุทธรณ์ข้อที่ 5 ของโจทก์ที่ว่า ที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า จำเลยได้เหมาจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำ เป็นคำวินิจฉัยที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่าโจทก์หาได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลแรงงานกลางไม่ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2548

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2546

การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารจำเลยทำรายการซื้อตั๋วแลกเงินแทนลูกค้า จากนั้นเก็บตั๋วแลกเงินที่ขายให้ลูกค้าไว้แล้วออกสมุดเงินฝากให้แก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้ามิได้ฝากเงินไว้กับจำเลย เป็นการฝ่าฝืนต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้