Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61425)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่งทุเลาการบังคับหรือไม่ อยู่ที่ศาลอุทธรณ์และเป็นอำนาจเฉพาะศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องนี้อย่างไรแล้วคู่ความฎีกาไม่ได้ จึงสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 3อุทธรณ์อย่างคนอนาถา การที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยให้จำเลยที่ 3 หาหลักประกันมาวางต่อศาล จึงหาได้เป็นไปตามเจตนารมย์แห่งกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 ไม่ อีกทั้งก็มิใช่เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 6)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 250,242.44 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 248,202.42 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาขายลดตั๋วจำนวน 276,303.42 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 200,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์แล้วเสร็จจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับเฉพาะจำเลยที่ 3 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง (อันดับ 7)จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ1)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 2) โดยทนายจำเลยที่ 3 เป็นผู้ลงชื่อในคำร้อง แต่ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งในเรื่องการทุเลาการบังคับเป็นอย่างไรแล้ว คู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 ชอบแล้วยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 170/2531ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์ร้อยตำรวจโทโชติพง เดชขุนทด กับพวกจำเลยนายสันติ บำรุงกลาง จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่งทุเลาการบังคับหรือไม่ อยู่ที่ศาลอุทธรณ์และเป็นอำนาจเฉพาะศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องนี้อย่างไรแล้วคู่ความฎีกาไม่ได้ จึงสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 3อุทธรณ์อย่างคนอนาถา การที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยให้จำเลยที่ 3 หาหลักประกันมาวางต่อศาล จึงหาได้เป็นไปตามเจตนารมย์แห่งกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 ไม่ อีกทั้งก็มิใช่เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 6)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 250,242.44 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 248,202.42 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาขายลดตั๋วจำนวน 276,303.42 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 200,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์แล้วเสร็จจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับเฉพาะจำเลยที่ 3 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง (อันดับ 7)จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ1)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 2) โดยทนายจำเลยที่ 3 เป็นผู้ลงชื่อในคำร้อง แต่ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งในเรื่องการทุเลาการบังคับเป็นอย่างไรแล้ว คู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 ชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2553

ค่าทนายความที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ชำระแก่จำเลยที่ 1 เป็นความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หาใช่หนี้ตามคำพิพากษาในเนื้อหาคดี อันโจทก์จะพึงมีสิทธิยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8228/2538

หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทำขึ้นเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นกา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56261)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56110)

ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแล้วผู้ร้องจะฎีกาคำสั่งไม่ได้จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งประการใดแล้วค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้