Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6141/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ใบตราส่ง ตามความหมายใน พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง หมายถึง ใบตราส่งซึ่งออกโดยผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งของซึ่งเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลเพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งได้ออกใบตราส่งให้แก่บริษัท อ. ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ขนส่งสินค้า ถือเป็นใบตราส่งตามความหมายของบทบัญญัติมาตรา 59 วรรคหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นเพียงผู้ขนส่งอื่น มิใช่คู่สัญญากับผู้ส่งของโดยตรง แต่ได้รับว่าจ้างจากบริษัท น. ผู้ขนส่งอื่นให้ขนส่งสินค้าพิพาทนี้อีกทอดหนึ่ง ดังนั้นใบตราส่งที่จำเลยที่ 3 ออกให้แก่บริษัท น. จึงไม่ถือเป็นใบตราส่งตามความหมายแห่งบทบัญญัตินี้ จำเลยที่ 3 จึงไม่สามารถยกข้อความตามใบตราส่งดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ส่งของได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระเงินจำนวน ๑๙๘,๖๓๖.๕๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินจำนวน ๑๙๓,๗๙๒.๕๒ บาท นับถักจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต และให้จำหน่ายคดีโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๔,๘๔๔ บาท ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีโดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑,๕๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๔ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๔ ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามคู่ความมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๑ จำเลยที่ ๓ จึงอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศต้องถือ ข้อเท็จจริงตามที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัท พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเปิ้ล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้สั่งซื้อสินค้าเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตแชมพู จำนวน ๒ รายการ จากบริษัทโอลิน พีทีอี จำกัด ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ผู้ขายได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ขนส่งสินค้าดังกล่าวจากประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ส่งให้แก่บริษัทพร็อคเตอร์

แอนด์ แกมเบิ้ล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่กรุงเทพมหานคร โดยจำเลยที่ ๑ ได้ออกใบตราส่ง ตามเอกสารหมาย จ.๙ และ จ.๑๐ ให้แก่ผู้ขายไว้ ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับขนสินค้าทั้ง ๒ รายการจากจำเลยที่ ๑ หรือตัวแทนจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๓ ได้ออกใบตราส่งตามเอกสารหมาย ล.๒ และ ล.๓ ไว้ สินค้าแต่ละรายการได้ถูกบรรจุลงในตู้สินค้ารายการละหนึ่งตู้ ปรากฏว่าสินค้ารายการแรกตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.๙ หรือ ล.๒ จำนวน ๓ ถัง ได้รับความเสียหาย ความเสียหาย ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะสินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ ๓ ที่จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ขนส่งอื่น จะต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งที่เกิดขึ้นในระหว่างสินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ ๓ เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงฟัง

ไม่ได้ว่าสินค้าที่ขนส่งเกิด ความเสียหายในระหว่างที่สินค้าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วยนั้น เห็นว่า เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์อีกประการหนึ่งว่าตามใบตราส่ง เอกสารหมาย ล.๒ มีข้อความบันทึกเป็นข้อสงวนไว้ว่า SAID TO CONTAIN ซึ่งแปลว่าแจ้งบรรจุ มีความหมายว่าผู้ส่งของเป็นผู้แจ้งว่ามีสินค้าบรรจุในตู้สินค้าโดยที่จำเลยที่ ๓ ไม่ทราบถึงสภาพ

จำนวน และลักษณะของสินค้าภายในตู้สินค้า ทั้งใบตราส่ง ตามเอกสารหมาย ล. ๒ ยังมิได้มีการโอนไปยังบุคคลภายนอก จำเลยที่ ๓ จึงสามารถยกเอาข้อความในใบตราส่งขึ้นกล่าวอ้างได้ ซึ่งตามใบตราส่ง เอกสารหมาย ล.๒ ระบุไว้เพียงว่าสินค้าพิพาทบรรจุอยู่ในตู้สินค้าจำนวน ๑ ตู้ จึงต้องถือเป็น ๑ หน่วยการขนส่ง ไม่ใช่ถังสินค้าเป็นหน่วย การขนส่งนั้น เห็นว่า หลักเกณฑ์ในการคำนวณจำนวนเงินค่าเสียหายตามมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ การรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ กรณีแรกได้บัญญัติไว้ใน มาตรา ๕๙ (๑) ว่า ในกรณีที่มีการรวมของหลายหน่วย การขนส่งเป็นหน่วยการขนส่งเดียวกันไม่ว่าจะมีการใช้ภาชนะขนส่งบรรจุหรือรองรับหรือไม่ก็ตาม ถ้าระบุจำนวนและลักษณะของหน่วยการขนส่งที่รวมกันไว้ในใบตราส่ง ให้ถือว่าของตามใบตราส่งนั้น

มีจำนวนหน่วยการขนส่งตามที่ระบุไว้นั้น แต่ถ้ามิได้ระบุ ให้ถือว่าของทั้งหมดที่รวมเป็นหน่วยการขนส่งเดียวกันนั้นเป็นหนึ่งหน่วยการขนส่ง ใบตราส่งตามความหมายในบทบัญญัติดังกล่าวนั้นหมายถึงใบตราส่งซึ่งออกโดยผู้ขนส่ง ออกให้แก่ผู้ส่งของซึ่งเป็น คู่สัญญารับขนของทางทะเล เพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญาดังกล่าว สำหรับคดีนี้คือ ใบตราส่งเอกสารหมาย จ.๙ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ผู้ขนส่งออกให้แก่บริษัทโอลิน พีทีอี จำกัด ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ให้ขนส่งสินค้า จึงถือเป็นใบตราส่งตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งใบตราส่งเอกสารหมาย จ.๙ มีข้อความระบุจำนวนและลักษณะของการบรรจุสินค้าว่า สินค้าเป็นเคมีภัณฑ์สำหรับแชมพู จำนวน ๑๔ แพลเล็ท หรือ ๖๗ ถัง

น้ำหนักถังละ ๑๒๐ กิโลกรัม รวม ๘,๐๔๐ กิโลกรัม ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นเพียงผู้ขนส่งอื่น มิใช่คู่สัญญากับผู้ส่งของโดยตรง แต่ได้รับว่าจ้างจาก บริษัทนอร์เอเชีย (เอชเค) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ขนส่งอื่นให้ขนส่งสินค้าพิพาทนี้อีกทอดหนึ่ง ดังนั้น ใบตราส่งตาม เอกสารหมาย ล.๒ ที่จำเลยที่ ๓ ออกให้แก่บริษัทนอร์เอเซีย (เอชเค) จำกัด จึงไม่ถือเป็นใบตราส่งตามความหมายแห่ง บทบัญญัตินี้ การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำใบตราส่งเอกสารหมาย จ.๙ มาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าถังสินค้า คือ หน่วยการขนส่งสินค้าเสียหาย ๓ ถัง ความรับผิดของผู้ขนส่งจึงต้องจำกัดเพียง ๓๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในจำนวนดังกล่าวด้วยนั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวุฒิพงษ์ เวชยานนท์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้