Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61393)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงมีคำสั่งไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ฎีกาของโจทก์ล้วนเป็นข้อกฎหมาย โปรดพิจารณาฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อกฎหมายหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทนายจำเลยที่ 4ถึงที่ 6 ต่างแถลงคัดค้าน (อันดับ 64,64 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,157,164,165,83,86 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ขอให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136และมาตรา 165 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จำเลยไม่อาจฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะคดีทั้งสองข้อหาเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วสำหรับฟ้องโจทก์ที่หาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4และจำเลยที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบกลั่นแกล้งโจทก์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น โจทก์ฎีกาว่า จำเลยดังกล่าวมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในข้อหานำความลับไปเปิดเผยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 นั้น ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 มิใช่ผู้นำไปเปิดเผย ฎีกาโจทก์เฉพาะข้อหานี้จึงไม่ต้องห้าม ให้รับฎีกาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 164 ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 114/2531นายธรรมนูญ จุลมณีโชติโจทก์นายเชาว์ ทองมา กับพวกจำเลยนายธรรมนูญ จุลมณีโชติ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193 ทวิ, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงมีคำสั่งไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ฎีกาของโจทก์ล้วนเป็นข้อกฎหมาย โปรดพิจารณาฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อกฎหมายหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทนายจำเลยที่ 4ถึงที่ 6 ต่างแถลงคัดค้าน (อันดับ 64,64 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,157,164,165,83,86 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ขอให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136และมาตรา 165 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จำเลยไม่อาจฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะคดีทั้งสองข้อหาเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วสำหรับฟ้องโจทก์ที่หาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4และจำเลยที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบกลั่นแกล้งโจทก์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น โจทก์ฎีกาว่า จำเลยดังกล่าวมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในข้อหานำความลับไปเปิดเผยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 นั้น

ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 มิใช่ผู้นำไปเปิดเผย ฎีกาโจทก์เฉพาะข้อหานี้จึงไม่ต้องห้าม ให้รับฎีกาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 164 ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4766/2533

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 และมาตรา 180 ข้อหาดังกล่าวจึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 แม้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57518)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3062/2532

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ความผิดฐานยักยอกและรับของโจรเกี่ยวเนื่องกันจึงรับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ ดังนี้คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้เท่านั้น มิใช่เป็นการอนุญาตให้โจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59880)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นการโต้เถียงการฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59878)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้