Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับและระเบียบสหกรณ์จำเลยว่าด้วยการรับเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ พ.ศ.2536 หมวด 3 ข้อ 11 ที่ว่ากรณีถอนเงินฝากประจำในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน จำเลยจะไม่จ่ายดอกเบี้ยให้ หมายถึงการฝากและถอนเงินในภาวะปกติ แต่กรณีของโจทก์เป็นเรื่องเงินฝากสูญหายไปจากบัญชีโดยมิใช่ความผิดของโจทก์ ทั้งเป็นเรื่องการทุจริตภายในองค์ของจำเลย โดยความประมาทเลินเล่อไม่ใช้ความระมัดระวังเท่าที่ควรของจำเลยเอง เมื่อกรณีเป็นการฝากเงินที่ไม่ได้ตกลงกำหนดระยะเวลาคืนเงินกัน โจทก์ย่อมถอนเงินคืนเมื่อใดก็ได้ การที่จำเลยไม่คืนเงินฝากแก่โจทก์ย่อมเป็นการผิดสัญญาฝากทรัพย์ เมื่อโจทก์เรียกร้องให้จำเลยคืนเงินตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2544 จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2544 จำเลยก็ยังไม่คืน ถือว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้โดยให้ระยะเวลาพอสมควรแล้ว โจทก์จึงเลิกสัญญาได้ การที่โจทก์มีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอถอนเงินฝากทั้งหมดเพื่อปิดบัญชี เพราะทราบว่าเงินฝากสูญหายไปจากบัญชีเงินฝาก ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญากับจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 387 แล้ว มีผลทำให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม และหากมีเงินอันจะต้องใช้คืนให้บวกดอกเบี้ยนับตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้ตามมาตรา 391 นอกจากจำเลยต้องคืนเงินฝากให้แก่โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.25 ต่อปีนับตั้งแต่เวลาที่รับไว้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2544 จำเลยรับฝากเงินจากโจทก์ทั้งสองจำนวน 6,650,000 บาท ตกลงอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.25 ต่อปี จำเลยรับเงินครบถ้วนและลงรายการในบัญชีเงินฝากพร้อมออกสมุดคู่ฝากให้โจทก์ทั้งสองยึดถือไว้ โดยจำเลยบันทึกรายการจำนวนเงินฝากที่ได้รับในสมุดคู่ฝากตรงกับจำนวนเงินที่จำเลยรับฝาก ต่อมาวันที่ 20 มีนาคม 2544 โจทก์ทั้งสองนำสมุดคู่ฝากตรวจสอบรายการทางบัญชี จึงทราบว่ายอดเงินในบัญชีเงินฝากไม่มีเงินเหลืออยู่โดยมีจำนวนคงเหลือเป็นศูนย์ โจทก์ทั้งสองไม่ได้ถอนเงิน ในฐานะจำเลยเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งต้องควบคุมดูแล ตรวจสอบการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ทั้งสอง แต่ด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เงินฝากดังกล่าวถูกโยกย้ายถ่ายเทถอนออกไปไม่มีเงินเหลือโดยการกระทำทุจริตของพนักงานของจำเลย

ทำให้โจทก์ทั้งสองขาดผลประโยชน์ตอบแทนที่ควรจะได้รับ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายนับแต่วันที่รับฝากเงินไว้ จำเลยไม่มีสิทธินำระเบียบของจำเลยเกี่ยวกับการชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี หรือไม่ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ทั้งสอง จำนวน 6,650,000 บาท แต่ไม่ชดใช้ค่าขาดประโยชน์และค่าเสียหายอื่นได้แก่ ค่าขาดประโยชน์ดอกเบี้ยเงินฝากจำนวน 44,711.11 บาท ค่าว่าจ้างทนายความ จำนวน 66,500 บาท โจทก์ทั้งสองต้องเสียเวลาไปพบจำเลยเรื่องรายการทางบัญชีเป็นเหตุให้ขาดรายได้จากการประกอบการค้าปกติของโจทก์ที่ 1 จำนวน 6,000 บาท โจทก์ทั้งสองทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 117,211.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์จำกัด โจทก์ทั้งสองฝากเงินไว้กับจำเลยประเภทฝากประจำ 6 เดือน โจทก์ทั้งสองทราบดีแล้วว่าผู้ฝากต้องนำเงินฝากกับจำเลยครบกำหนดตามสัญญา จึงจะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข ค่าว่าจ้างทนายความติดตามเงินเป็นเรื่องไกลกว่าเหตุและไม่มีกฎหมายให้สิทธิเรียกร้อง การที่โจทก์ทั้งสองเสียเวลาไปพอจำเลยเรื่องรายการทางบัญชีเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการติดต่อและเป็นความสมัครใจของโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 44,711.11 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความรวมเป็นเงิน 3,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลทั้งสองศาลให้จำเลยชำระเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟ้งได้ว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2544 โจทก์ทั้งสองฝากเงินจำนวน 6,650,000 บาทไว้กับจำเลยประเภทบัญชีเงินฝากประจำ 6 เดือน บัญชีเลขที่ 01 - 0 - 000252 - 0 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.25 ต่อปี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2544 โจทก์ทั้งสองทราบว่าเงินฝากจำนวนดังกล่าวสูญหายไปจากบัญชีเงินฝากทั้งหมด จึงแจ้งให้จำเลยชดใช้เงิน แต่จำเลยไม่ยอมชดใช้ โจทก์ทั้งสองทราบว่าเงินฝากจำนวนดังกล่าวสูญหายไปจากบัญชีเงินฝากทั้งหมด จึงแจ้งให้จำเลยชดใช้เงิน แต่จำเลยไม่ยอมชดใช้ โจทก์ทั้งสองจึงมอบหมายให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินฝากคืนทั้งหมด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 ตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.10 ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2544 จำเลยทำบันทึกยอมรับผิดชดใช้เงินฝากคืนให้โจทก์ทั้งสองทั้งหมดตามสำเนาบันทึกเอกสารหมาย จ.16

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองขอถอนเงินฝากคืนก่อนครบกำหนด 3 เดือน ตามสัญญา จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.25 ต่อปี ตามสัญญาให้แก่โจทก์ทั้งสองนั้น เห็นว่า แม้ตามข้อบังคับและระเบียบของจำเลยว่าด้วยการรับเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ พ.ศ.2536 หมวด 3 ข้อ 11 ตามเอกสารหมาย จ.5 จะมีข้อความว่า กรณีถอนเงินฝากประจำในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน สหกรณ์ (จำเลย) จะไม่จ่ายดอกเบี้ยให้นั้น หมายถึงการฝากและถอนเงินในภาวะปกติ แต่กรณีของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องเงินฝากสูญหายไปจากบัญชีโดยมิใช่ความผิดของโจทก์ทั้งสอง ทั้งเป็นเรื่องการทุจริตภายในองค์กรของจำเลย โดยความประมาทเลินเล่อไม่ใช้ความระมัดระวังเท่าที่ควรของจำเลยเอง

เมื่อกรณีเป็นการฝากเงินที่ไม่ได้ตกลงกำหนดระยะเวลาคืนเงินกัน โจทก์ทั้งสองย่อมถอนเงินคืนเมื่อใดก็ได้ การที่จำเลยไม่คืนเงินฝากแก่โจทก์ทั้งสอง ย่อมเป็นการผิดสัญญาฝากทรัพย์ โจทก์ทั้งสองเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2544 จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2544 จำเลยก็ยังไม่คืนเงินแก่โจทก์ทั้งสอง ถือว่าโจทก์ทั้งสองได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้โดยให้ระยะเวลาพอสมควรแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระโจทก์ทั้งสองจึงเลิกสัญญาได้ โจทก์ทั้งสองมอบให้ทนายความมีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอถอนเงินฝากทั้งหมดเพื่อปิดบัญชีตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.10 เพราะทราบว่าเงินฝากสูญหายไปจากบัญชีเงินฝากทั้งหมดดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาฝากทรัพย์กับจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 แล้ว

มีผลทำให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม และหากมีเงินอันจะต้องใช้คืนให้บวกดอกเบี้ยนับตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้ตามมาตรา 391 จำเลยจะอ้างว่าสัญญาฝากเงินยังไม่เลิกแล้วต่อกันหาได้ไม่ ดังนี้ นอกจากจำเลยต้องคืนเงินฝากให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยยังต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.25 ต่อปี นับตั้งแต่เวลาที่รับไว้ คือ วันที่ 14 มีนาคม 2544 คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยคืนให้แก่โจทก์ทั้งสองมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสอง 1,300 บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ปิติสันต์ · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ · นุรักษ์ มาประณีต
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้