Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61277)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2 ทั้งใน (1)(2) และ (3) ล้วนเป็นอุทธรณ์มาจากพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประเด็นที่ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ นั้น จะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเพื่อหาข้อยุติว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยชอบด้วยระเบียบข้อบังคับหรือสภาพการจ้างหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อสาระสำคัญ ควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยและการที่ศาลแรงงานกลางสั่งตัดพยานจำเลยซึ่งเป็นพยานสำคัญ2 ปากในชั้นพิจารณานั้น เป็นการไม่เปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มภาคภูมิ อาศัยเหตุดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน (อันดับ 40)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 52,042 บาทแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 28)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นใจความว่า โจทก์มีเจตนาบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ทำงานตามคำสั่งของนายจ้างโดยไม่มีเหตุสมควรกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา รายงานเท็จ และกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามนายจ้าง เป็นการกระทำผิดอาญาต่อนายจ้างกระทำผิดระเบียบเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหาย ก็ดีจำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(2) ว่า การที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดนั้นจำเลยไม่เห็นพ้องด้วย ก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ฟังเป็นยุติแล้วว่า ตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น โจทก์มีเหตุผลที่จะอธิบายและชี้แจง แม้จะพูดบ่นระบายออกไปในขณะนั้นก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ดูหมิ่นหรือกระด้างกระเดื่องแต่ผู้บังคับบัญชาไม่ฟังกลับหาเหตุเลิกจ้างทันทีเช่นนี้ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(3) ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานสำคัญของจำเลย 2 ปาก ที่สั่งตัดพยานไปแล้วและมีคำพิพากษาใหม่นั้นเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยานอันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยจำเลยมีโอกาสโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าหลังจากศาลสั่งงดสืบพยานแล้วจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใดเลย จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 226

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1710/2530นายจิ้นกี้ ชูชาติสกุลโจทก์ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ฟุกเฮงหลงจำเลยห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ฟุกเฮงหลง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54 ป.วิ.พ. ม. 226ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2 ทั้งใน (1)(2) และ (3) ล้วนเป็นอุทธรณ์มาจากพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประเด็นที่ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ นั้น จะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเพื่อหาข้อยุติว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยชอบด้วยระเบียบข้อบังคับหรือสภาพการจ้างหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อสาระสำคัญ ควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยและการที่ศาลแรงงานกลางสั่งตัดพยานจำเลยซึ่งเป็นพยานสำคัญ2 ปากในชั้นพิจารณานั้น เป็นการไม่เปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มภาคภูมิ อาศัยเหตุดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน (อันดับ 40)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 52,042 บาทแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 28)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นใจความว่า โจทก์มีเจตนาบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ทำงานตามคำสั่งของนายจ้างโดยไม่มีเหตุสมควรกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา รายงานเท็จ และกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามนายจ้าง เป็นการกระทำผิดอาญาต่อนายจ้างกระทำผิดระเบียบเกี่ยวกับการทำงานทำให้จำเลยเสียหาย ก็ดีจำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(2) ว่า การที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดนั้นจำเลยไม่เห็นพ้องด้วย ก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ฟังเป็นยุติแล้วว่า ตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น โจทก์มีเหตุผลที่จะอธิบายและชี้แจง แม้จะพูดบ่นระบายออกไปในขณะนั้นก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ดูหมิ่นหรือกระด้างกระเดื่องแต่ผู้บังคับบัญชาไม่ฟังกลับหาเหตุเลิกจ้างทันทีเช่นนี้ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2(3) ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานสำคัญของจำเลย 2 ปาก ที่สั่งตัดพยานไปแล้วและมีคำพิพากษาใหม่นั้นเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยานอันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยจำเลยมีโอกาสโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าหลังจากศาลสั่งงดสืบพยานแล้วจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใดเลย จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2541 (เลขอ้างอิง 27459)

วันนัดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์ คู่ความแถลงยอมรับข้อเท็จจริงกันศาลแรงงานเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา คำสั่งศาลแรงงานที่ให้งดสืบพยานดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4532/2541

วันนัดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์ คู่ความแถลงยอมรับข้อเท็จจริงกัน ศาลแรงงานเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา คำสั่งศาลแรงงานที่ให้งดสืบพยานดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5514/2540

คำสั่งงดสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานและคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ต่างเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานไว้โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2540

ในการกำหนดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางนั้น ทนายจำเลยได้มาศาลและลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ โดยมิได้ติดใจโต้แย้งในขณะนั้นหรือในระยะเวลาต่อมาตามที่กฎหมายกำหนดขอให้กำหนดประ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61462)

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์ในข้อ 4 แม้จะเป็นข้อกฎหมาย แต่ข้อกฎหมายดังกล่าวมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นนอกนั้นเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้