Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61273)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยขอเปลี่ยนหลักประกันจากเดิมซึ่งเป็นพันธบัตรจำนวนเงิน 270,000 บาท เป็นหลักประกันใหม่ซึ่งเป็นพันธบัตรจำนวนเงิน 400,000 บาท โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่จำเลยยังมิได้ชำระค่าคำร้อง 40 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 71,668.77 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน71,668.77 บาท นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2525 อันเป็นวันผิดนัดไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 5,478.25 บาท ตามที่โจทก์ขอจำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ 2525 จำนวนเงิน270,000 บาท 1 ฉบับ ของจำเลยและคุณหญิงดิษฐ์การภักดีมาวางเป็นหลักประกันและจำเลยกับคุณหญิงดิษฐ์การภักดีร่วมกันทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 52)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา (อันดับ 66,65 แผ่นที่ 2)ศาลฎีกาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยว่า พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาโดยให้ถือสัญญาที่ทำไว้ในชั้นอุทธรณ์ซึ่งยังมีผลบังคับอยู่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งว่านัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องหลักประกันตามที่จำเลยเสนอวันนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสอบถามทนายโจทก์แล้ว ทนายโจทก์แถลงไม่คัดค้านในการที่จำเลยนำพันธบัตรรัฐบาลตามคำแถลง (คำร้อง)มาขอเปลี่ยนหลักประกันฉบับเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวบรวมคำแถลง(คำร้อง) ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 พร้อมต้นฉบับพันธบัตรที่จำเลยเสนอมาในวันนัดพร้อม ใบมอบฉันทะและรายงานกระบวนพิจารณาวันนัดพร้อมส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไปคำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้เปลี่ยนหลักประกันใหม่ได้ตามคำร้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้เจ้าของหลักประกันทำสัญญาค้ำประกันใหม่และแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1705/2530การไฟฟ้านครหลวงโจทก์หลวงดิษฐ์การภักดี หรือหลวงประดิษฐ์ การภักดีจำเลยนายจรูญ บุณยรัตพันธ์จำเลยหลวงดิษฐ์การภักดี หรือ หลวงประดิษฐ์ การภักดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยขอเปลี่ยนหลักประกันจากเดิมซึ่งเป็นพันธบัตรจำนวนเงิน 270,000 บาท เป็นหลักประกันใหม่ซึ่งเป็นพันธบัตรจำนวนเงิน 400,000 บาท โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่จำเลยยังมิได้ชำระค่าคำร้อง 40 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 71,668.77 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน71,668.77 บาท

นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2525 อันเป็นวันผิดนัดไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 5,478.25 บาท ตามที่โจทก์ขอจำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ 2525 จำนวนเงิน270,000 บาท 1 ฉบับ ของจำเลยและคุณหญิงดิษฐ์การภักดีมาวางเป็นหลักประกันและจำเลยกับคุณหญิงดิษฐ์การภักดีร่วมกันทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 52)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา (อันดับ 66,65 แผ่นที่ 2)ศาลฎีกาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาโดยให้ถือสัญญาที่ทำไว้ในชั้นอุทธรณ์ซึ่งยังมีผลบังคับอยู่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งว่านัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องหลักประกันตามที่จำเลยเสนอวันนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสอบถามทนายโจทก์แล้ว ทนายโจทก์แถลงไม่คัดค้านในการที่จำเลยนำพันธบัตรรัฐบาลตามคำแถลง (คำร้อง)มาขอเปลี่ยนหลักประกันฉบับเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวบรวมคำแถลง(คำร้อง) ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 พร้อมต้นฉบับพันธบัตรที่จำเลยเสนอมาในวันนัดพร้อม ใบมอบฉันทะและรายงานกระบวนพิจารณาวันนัดพร้อมส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไปคำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้เปลี่ยนหลักประกันใหม่ได้ตามคำร้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้เจ้าของหลักประกันทำสัญญาค้ำประกันใหม่และแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลจิตต์ ดียืน · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้