Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61246)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงและอุทธรณ์ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ไม่รับอุทธรณ์จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยมีสิทธิตามกฎหมายในการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 41)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์18,180 บาทจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์เรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากพนักงานเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยก็ดีโจทก์ฝากใบรับรองแพทย์ให้ผู้อื่นไปยื่นต่อจำเลย ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาลาป่วย จึงเป็นการขาดงานติดต่อกันเกินกว่า 3 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ดีและแม้โจทก์จะขาดงานไม่ถึง 3 วันจำเลยก็เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้วก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่รับฟังมาแล้วว่าโจทก์ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยโดยเรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราตามกฎหมาย ใบรับรองแพทย์รับรองว่าโจทก์ป่วย 2 วัน แม้โจทก์จะหยุดงานไป 4 วันก็ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ขาดงาน 3 วันติดต่อกันและข้อนำสืบของจำเลยฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้กระทำผิดตามคำเตือนอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้นส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งตัดพยานจำเลย 3 ปาก ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดี เป็นเหตุให้ข้อเท็จจริงไม่กระจ่างชัด ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานของจำเลยทั้ง 3 ปากนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 กันยายน 2530 ว่าพฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งตามที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาเห็นเป็นการสมควร จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหาได้ไม่ เพราะเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1677/2530นางอนงค์ เที่ยวทั่วหรือเพชรชำลิโจทก์บริษัทโรงงานผ้าไทย จำกัดจำเลยบริษัทโรงงานผ้าไทย จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงและอุทธรณ์ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ไม่รับอุทธรณ์จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยมีสิทธิตามกฎหมายในการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 41)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์18,180 บาทจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์เรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากพนักงานเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยก็ดีโจทก์ฝากใบรับรองแพทย์ให้ผู้อื่นไปยื่นต่อจำเลย ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาลาป่วย จึงเป็นการขาดงานติดต่อกันเกินกว่า 3 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ดีและแม้โจทก์จะขาดงานไม่ถึง 3 วันจำเลยก็เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้วก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่รับฟังมาแล้วว่าโจทก์ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยโดยเรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราตามกฎหมาย ใบรับรองแพทย์รับรองว่าโจทก์ป่วย 2 วัน แม้โจทก์จะหยุดงานไป 4 วันก็ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ขาดงาน 3 วันติดต่อกันและข้อนำสืบของจำเลยฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้กระทำผิดตามคำเตือนอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้นส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งตัดพยานจำเลย 3 ปาก ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดี เป็นเหตุให้ข้อเท็จจริงไม่กระจ่างชัด ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานของจำเลยทั้ง 3 ปากนั้น เห็นว่า

ศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 กันยายน 2530 ว่าพฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งตามที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาเห็นเป็นการสมควร จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหาได้ไม่ เพราะเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้