Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61223)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า การวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ทั้งแปดเห็นว่า โจทก์ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยทั้งเจ็ดคนเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งแปด การที่ศาลมิได้พิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดรับผิดร่วมกันในฐานะผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท เป็นการพิพากษาขัดกับพยานหลักฐานในท้องสำนวนโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และทนายจำเลยที่ 6ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 93,87) ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 4และที่ 7 ศาลแรงงานกลางได้ปิดประกาศที่หน้าศาลแจ้งให้ทราบแทนการส่งหมายแล้ว (อันดับ 92,102,98)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 7 ร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 29,940 บาท ค่าชดเชย 4,990 บาทจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 4 จำนวน 23,350 บาท ค่าชดเชย 4,670 บาทจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 8 จำนวน 14,000 บาท11,585 บาท 9,930 บาท 10,850 บาท 8,275 บาท และ 9,332 บาทตามลำดับ ส่วนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ให้ยกฟ้องทนายโจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 83)ทนายโจทก์ทั้งแปดจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ว่าตามพยานหลักฐานในสำนวนฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 เป็นนายจ้างของโจทก์นั้น เห็นว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสี่ถูกจำเลยที่ 1หลอกลวงให้ร่วมกันลงชื่อในเอกสารของบริษัทฯ และรับฟังว่าจำเลยทั้งสี่มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งแปดจึงเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งแปด ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1582/2530นายธรรมนูญ เพชรน้อย กับพวกโจทก์นายพงศ์พิทารณ์ บุนนาค กับพวกจำเลยนายไตรรัตน์ วงศ์พานิช ทนายโจทก์ทั้งแปดผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า การวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ทั้งแปดเห็นว่า โจทก์ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยทั้งเจ็ดคนเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งแปด การที่ศาลมิได้พิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดรับผิดร่วมกันในฐานะผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท เป็นการพิพากษาขัดกับพยานหลักฐานในท้องสำนวนโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และทนายจำเลยที่ 6ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 93,87) ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 4และที่ 7 ศาลแรงงานกลางได้ปิดประกาศที่หน้าศาลแจ้งให้ทราบแทนการส่งหมายแล้ว (อันดับ 92,102,98)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 7 ร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 29,940 บาท ค่าชดเชย 4,990 บาทจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 4 จำนวน 23,350 บาท ค่าชดเชย 4,670 บาทจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 8 จำนวน 14,000 บาท11,585 บาท 9,930 บาท 10,850 บาท 8,275 บาท และ 9,332 บาทตามลำดับ ส่วนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ให้ยกฟ้องทนายโจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 83)ทนายโจทก์ทั้งแปดจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ว่าตามพยานหลักฐานในสำนวนฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 เป็นนายจ้างของโจทก์นั้น เห็นว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสี่ถูกจำเลยที่ 1หลอกลวงให้ร่วมกันลงชื่อในเอกสารของบริษัทฯ และรับฟังว่าจำเลยทั้งสี่มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งแปดจึงเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งแปด ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้