Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61211)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นการคัดค้านการกำหนดประเด็นซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยมิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2(1) คงให้รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2(2)จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ถึงแม้ศาลแรงงานกลางจะไม่ได้ตั้งประเด็นไว้และไม่มีการคัดค้านในการกำหนดประเด็น ก็ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะกล่าวอ้างและก็ไม่ตัดสิทธิศาลสูงที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 จำเลยจึงขอคัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) และขอศาลฎีกาได้โปรดหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นพิจารณาด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย8,328,060 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยหักล้างเงินยืมทดรองของโจทก์ที่ยืมไปจากจำเลย ตามรสพ.8เลขที่824928ลง25ก.ค.2528 เงิน 4,223,856 บาทโดยใช้ใบเสร็จรับเงินของสหกรณ์กลาโหม เลขที่ 4982 เล่มที่ 5/1/29เงิน 4,223,856 บาท ลง 18 ก.ย. 28 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยหักล้างเงินยืมทดรองดังกล่าวให้โจทก์ด้วย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้งโจทก์และจำเลย ต่างอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว (อันดับ 101,97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งจำเลยอุทธรณ์ตามข้อ 2(1) ว่า ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการตั้งรูปคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาเป็นคดีความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502ซึ่งเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลแรงงานกลางควรตั้งประเด็นและชี้ขาดให้เด่นชัดว่าโจทก์ทุจริตกระทำผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ดังกล่าวเสียด้วยพิเคราะห์แล้วคดีนี้มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ข้ออุทธรณ์ดังกล่าวมิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนและข้ออุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ ข้อ 2(1)นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1541/2530นางอาภา สกลรักษ์โจทก์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พจำเลยองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นการคัดค้านการกำหนดประเด็นซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยมิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2(1) คงให้รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2(2)จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ถึงแม้ศาลแรงงานกลางจะไม่ได้ตั้งประเด็นไว้และไม่มีการคัดค้านในการกำหนดประเด็น ก็ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะกล่าวอ้างและก็ไม่ตัดสิทธิศาลสูงที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 จำเลยจึงขอคัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) และขอศาลฎีกาได้โปรดหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นพิจารณาด้วยหมายเหตุ

ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย8,328,060 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยหักล้างเงินยืมทดรองของโจทก์ที่ยืมไปจากจำเลย ตามรสพ.8เลขที่824928ลง25ก.ค.2528 เงิน 4,223,856 บาทโดยใช้ใบเสร็จรับเงินของสหกรณ์กลาโหม เลขที่ 4982 เล่มที่ 5/1/29เงิน 4,223,856 บาท ลง 18 ก.ย. 28 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยหักล้างเงินยืมทดรองดังกล่าวให้โจทก์ด้วย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้งโจทก์และจำเลย ต่างอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว (อันดับ 101,97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 103)คำสั่งจำเลยอุทธรณ์ตามข้อ 2(1) ว่า ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการตั้งรูปคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาเป็นคดีความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502ซึ่งเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลแรงงานกลางควรตั้งประเด็นและชี้ขาดให้เด่นชัดว่าโจทก์ทุจริตกระทำผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ดังกล่าวเสียด้วยพิเคราะห์แล้วคดีนี้มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ข้ออุทธรณ์ดังกล่าวมิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนและข้ออุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ ข้อ 2(1)นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2566

เมื่อกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้บัญญัตินิยามความหมายคำว่า "การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์" ไว้เป็นการเฉพาะ การตีความความหมายของคำดังกล่าวตามที่บัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2566

เมื่อกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้บัญญัตินิยามความหมายของคำว่า "การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์" ไว้เป็นการเฉพาะ การตีความความหมายของคำดังกล่าวตามที่บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้