Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61200)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำฟ้องโจทก์อ้างฐานความผิดและอ้างบทมาตราไม่ถูกต้อง การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด และเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 นอกจากนี้เช็คพิพาทเป็นเช็คที่สั่งจ่ายดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อกฎหมายของจำเลย และหากฎีกาของจำเลยมีข้อเท็จจริงรวมอยู่ก็ขอได้โปรดรับไว้เป็นคำแถลงการณ์ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 4 แผ่นที่ 2)คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2740/2529 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกหนึ่งสำนวนซึ่งถึงที่สุดตั้งแต่ศาลชั้นต้น โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341รวม 7 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 14 ปี2 เดือน แต่ความผิดทั้งสองฐานมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด10 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 3แผ่นที่ 3)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 4 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยมิได้เอาความเท็จมากล่าว จำเลยได้ชำระเงินลงทุนซื้อน้ำมันคืนให้โจทก์แล้ว จึงไม่มีความผิดและไม่ควรรับฟังคำพันเอกพร อยู่ออมสินและที่จำเลยที่ 1 โต้แย้งการฟังข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ว่าเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเป็นเช็คค่าดอกเบี้ยและเป็นดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับการนับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอื่นเคลือบคลุมนั้นปรากฏว่าจำเลยแถลงรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว ศาลจึงนับโทษจำเลยต่อจากคดีนั้นได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1ทุกข้อนั้นชอบแล้ว จึงให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1526/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางจรรยา ยุทธศิลป์จำเลยนางจรรยา ยุทธศิลป์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำฟ้องโจทก์อ้างฐานความผิดและอ้างบทมาตราไม่ถูกต้อง การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด และเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 นอกจากนี้เช็คพิพาทเป็นเช็คที่สั่งจ่ายดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อกฎหมายของจำเลย และหากฎีกาของจำเลยมีข้อเท็จจริงรวมอยู่ก็ขอได้โปรดรับไว้เป็นคำแถลงการณ์ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 4 แผ่นที่ 2)คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2740/2529 นี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกหนึ่งสำนวนซึ่งถึงที่สุดตั้งแต่ศาลชั้นต้น โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341รวม 7 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 14 ปี2 เดือน แต่ความผิดทั้งสองฐานมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด10 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 3แผ่นที่ 3)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 4 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยมิได้เอาความเท็จมากล่าว จำเลยได้ชำระเงินลงทุนซื้อน้ำมันคืนให้โจทก์แล้ว จึงไม่มีความผิดและไม่ควรรับฟังคำพันเอกพร อยู่ออมสินและที่จำเลยที่ 1 โต้แย้งการฟังข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ว่าเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเป็นเช็คค่าดอกเบี้ยและเป็นดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับการนับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอื่นเคลือบคลุมนั้นปรากฏว่าจำเลยแถลงรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว ศาลจึงนับโทษจำเลยต่อจากคดีนั้นได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1ทุกข้อนั้นชอบแล้ว จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · สุชาติ จิวะชาติ · เสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้