Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 169 ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจได้ตามควรว่า กรณีใดควรจะออกหมายเรียก กรณีใดควรจะออกหมายจับ ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่ง ซึ่งศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว การที่ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจออกหมายจับโจทก์ตามคำแถลงของโจทก์ในคดีนั้น จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบตามอำนาจที่จะกระทำได้ ไม่มีทางที่จะฟังได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแต่อย่างใด กรณีไม่มีความจำเป็นจะต้องสั่งรับฟ้องของโจทก์ไว้เพื่อทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 ที่ว่าจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้เท่าเวลาที่จะถามคำให้การ และรู้ตัวว่าเป็นใครและที่อยู่ของเขาว่าอยู่ที่ไหนนั้น เป็นบทบัญญัติในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่ใช่บทบัญญัติที่ห้ามศาลมิให้ออกหมายจับเพื่อให้ได้ตัวจำเลยมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 169

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการตำแหน่งผู้พิพากษา ออกนั่งไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา เรื่องความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เมื่อไต่สวนพยานโจทก์เสร็จ จำเลยบันทึกว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง หมายจับจำเลยคือโจทก์คดีนี้มาดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยมิได้ออกหมายเรียกก่อน เป็นการปฏิบัติผิดขั้นตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งไม่ประทับฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลจะต้องสั่งรับไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๙ บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมา ให้ศาลออกหมายเรียก หรือหมายจับมาแล้วแต่ควรอย่างใด เพื่อพิจารณาต่อไป" ซึ่งจะเห็นได้ว่าตามบทกฎหมายนี้เป็นการให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจได้ตามสมควรว่ากรณีใดควรจะออกหมายเรียก กรณีใดควรจะออกหมายจับ นอกจากนี้ข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๒๒๑/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้นว่าโจทก์ในคดีดังกล่าวแถลงต่อศาลว่าจำเลยทั้งสอง (คือโจทก์คดีนี้กับนายเต็ก แซ่แต้) เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทังสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๙๗๐/๒๕๒๔ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลออกหมายจับไว้แล้ว

ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูลก็ขอให้ศาลออกหมายจับด้วยฉะนั้นการที่จำเลยซึ่งเป็นผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจออกหมายจับโจทก์ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบตามอำนาจที่จะกระทำได้ไม่มีทางที่จะฟังได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งรับฟ้องของโจทก์ไว้เพื่อทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ส่วนในปัญหาที่ว่า คดีพิพาทกันด้วยเช็คมีมูลค่าเพียง ๗,๖๐๐ บาท ซึ่งตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ จะควบคุมตัวไว้ได้เท่าเวลาที่จะถามคำให้การ และให้รู้ตัวว่าเป็นใคร และที่อยู่เขาว่าอยู่ที่ไหนเท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่ใช่บทบัญญัติที่ห้ามมิให้ศาลออกหมายจับเพื่อให้ได้ตัวจำเลยมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๙ จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยออกหมายจับโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้