Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61141)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาในข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ซึ่งประเด็นนี้จำเลยอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยฎีกาในข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกัน จำเลยต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย ฎีกาในข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า บันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.3ไม่ถูกต้องสมบูรณ์เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จำเลยลงชื่อโดยไม่อ่านให้ฟัง และหลอกลวงจำเลยว่าเป็นเรื่องถอนคำร้องทุกข์ซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธความสมบูรณ์ของเอกสาร แต่โจทก์ผู้กล่าวอ้างไม่นำสืบให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของเอกสาร ไม่นำผู้ทำเอกสารมายืนยันให้ได้ความตามที่โจทก์อ้าง เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่รับฟังไม่ได้ตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 เป็นฎีกาเกี่ยวกับการที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการบริษัท แต่โจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้างและเรื่องที่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า จำเลยไปเกี่ยวข้องกับเงินที่โจทก์มอบให้นายซาฟาอีรับไปอย่างไรซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ โจทก์ผู้กล่าวอ้างมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความชัด เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ข้ออ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ตามกฎหมายฎีกาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยสมควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้นซึ่งหากศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดตามฟ้องโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับพวกได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอี และจำเลยมีส่วนได้รับเงินดังกล่าว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกง จำเลยก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และออกเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงได้ถอนคำร้องทุกข์นั้น เช็คพิพาทจึงมีมูลหนี้และจำเลยออกโดยมิได้ถูกบีบบังคับ จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอีจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อเป็นประกันและถูกบีบบังคับ และพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นนายหน้าจัดหางานมิใช่ผู้เสียหายนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1424/2530นายศรีจันทร์ โปทาโจทก์นายภักดี มะแอจำเลยนายภักดี มะแอ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า

จำเลยฎีกาในข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ซึ่งประเด็นนี้จำเลยอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยฎีกาในข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกัน จำเลยต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย ฎีกาในข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า บันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.3ไม่ถูกต้องสมบูรณ์เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จำเลยลงชื่อโดยไม่อ่านให้ฟัง และหลอกลวงจำเลยว่าเป็นเรื่องถอนคำร้องทุกข์ซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธความสมบูรณ์ของเอกสาร แต่โจทก์ผู้กล่าวอ้างไม่นำสืบให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของเอกสาร ไม่นำผู้ทำเอกสารมายืนยันให้ได้ความตามที่โจทก์อ้าง

เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่รับฟังไม่ได้ตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 เป็นฎีกาเกี่ยวกับการที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการบริษัท แต่โจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้างและเรื่องที่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า จำเลยไปเกี่ยวข้องกับเงินที่โจทก์มอบให้นายซาฟาอีรับไปอย่างไรซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ โจทก์ผู้กล่าวอ้างมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความชัด เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ข้ออ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ตามกฎหมายฎีกาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยสมควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้นซึ่งหากศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดตามฟ้องโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น

รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับพวกได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอี และจำเลยมีส่วนได้รับเงินดังกล่าว

เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกง จำเลยก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และออกเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงได้ถอนคำร้องทุกข์นั้น เช็คพิพาทจึงมีมูลหนี้และจำเลยออกโดยมิได้ถูกบีบบังคับ จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอีจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อเป็นประกันและถูกบีบบังคับ และพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นนายหน้าจัดหางานมิใช่ผู้เสียหายนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้