Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6113/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67 บัญญัติให้เป็นอำนาจของศาลที่จะพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้โดยไม่ต้องบังคับต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า และให้สิทธิแก่ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในอันที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีเช่นนี้ ในขั้นตอนภายหลังจากที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าสั่งให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้จดทะเบียนไว้แล้วได้เป็นอีกกรณีหนึ่ง ต่างหากจากกรณีที่จะใช้สิทธิคัดค้านในระหว่างการพิจารณาคำขอจดทะเบียนของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยไม่มีบทบัญญัติจำกัดว่าการใช้สิทธิตามมาตรา 67 นี้จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ใช้สิทธินั้นได้คัดค้านในชั้นพิจารณาคำขอจดทะเบียนของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วแต่อย่างใด การแจ้งและการรับแจ้งลงในบัญชีแสดงการรับแจ้งเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปของกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติบังคับให้เจ้าของเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปต้องแจ้งและมีการลงบัญชีเช่นว่านี้ โดยหากไม่แจ้งไว้ให้ถือว่าไม่เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปแต่อย่างใด เมื่อเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์เป็นเครื่องหมายที่ใช้คำว่า "Watson's" และ "Watsons" เป็นสาระสำคัญโดยการเห็นคำดังกล่าวและเรียกขานคำดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการสังเกตจดจำว่าเป็นเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ที่จดทะเบียนไว้ก็มีคำว่า "Watson" เป็นสาระสำคัญแม้จะมีอักษรโรมันว่า "WS" ในเส้นวงรีประกอบก็มีลักษณะเป็นอักษรย่อของคำว่า "Watson" นั่นเอง และมีลักษณะเครื่องหมายการค้าที่มีส่วนสำคัญในการสังเกตและเรียกขานที่คำว่า "Watson" เช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ดังกล่าว จึงย่อมมีเหตุที่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเดียวกันได้ ทำให้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปของโจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า จำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 662878 แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายังไม่มีคำสั่งให้จดทะเบียน จึงไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67 ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้เสียเองจึงไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยที่ 1 การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนนี้ของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ได้เพื่อมิให้เสียหายแก่โจทก์ต่อไป โดยหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติก็ชอบที่จะใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งอัตราค่าทนายความที่ศาลจะกำหนดให้แก่ผู้ชนะคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้องไม่เกิน 3,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความแทนโจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท จึงไม่ถูกต้องแม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหานี้ แต่เมื่อเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "Watson" ดีกว่าจำเลย และให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค 164720 ค 172866 ค 179393 และคำขอเลขที่ 662878 และเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าของจำเลยทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค 179393 ค 172866 ค 164720 และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 662878 และห้ามจำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นประการแรกว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้โดยโจทก์ไม่ได้ฟ้องนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าและโจทก์ไม่ได้คัดค้านการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ในชั้นการพิจารณาดำเนินการของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นการฟ้องจำเลยทั้งสองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 ในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่มีคำว่า "Watson" ตามที่จำเลยที่ 1 ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้คำดังกล่าวและคล้ายกับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ และขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 อันเป็นคำฟ้องที่มีข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เพื่อการใช้สิทธิฟ้องต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ.2534 มาตรา 67 ซึ่งตามคำฟ้องและบทกฎหมายดังกล่าวย่อมมีประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัยถึงสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยตามข้อกล่าวอ้างในคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 โต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และกฎหมายบัญญัติให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 67 ดังกล่าว จึงชอบที่โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 1 ผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ทั้งบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ.2534 มาตรา 67 ดังกล่าวก็บัญญัติให้เป็นอำนาจของศาลที่จะพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้โดยไม่ต้องบังคับต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า และบทกฎหมายมาตรา 67 นี้ก็เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในอันที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีเช่นนี้ในขั้นตอนภายหลังจากที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าสั่งให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจดทะเบียนไว้แล้วได้เป็นอีกกรณีหนึ่งต่างหากจากกรณีที่จะใช้สิทธิคัดค้านในระหว่างการพิจารณาคำขอจดทะเบียนของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยไม่มีบทบัญญัติจำกัดว่าการใช้สิทธิตามมาตรา 67 นี้

จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ใช้สิทธินั้นได้คัดค้านในชั้นพิจารณาคำขอจดทะเบียนของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วแต่อย่างใด การฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้สิทธิตามบทกฎหมายดังกล่าวโดยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เป็นทำนองว่า เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ตามคำฟ้องไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีแสดงการรับแจ้งเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงไม่ถือว่าเป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปนั้น เห็นว่า การแจ้งและการรับแจ้งลงในบัญชีดังกล่าวไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติบังคับให้เจ้าของเครื่องหมายที่ชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปต้องแจ้งและมีการลงบัญชีเช่นว่านี้ โดยหากไม่แจ้งไว้ให้ถือว่าไม่เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปแต่อย่างใด

กรณีเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะทำให้ฟังไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ตามฟ้องไม่เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป หากแต่การพิจารณาการเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8 (10) และตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2547 ดังที่โจทก์แก้อุทธรณ์มานั้น ในประกาศข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2543) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป

ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2543 ส่วนในข้อ 2 ระบุถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป 2 ประการ โดยประการแรก สินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นจะต้องมีการจำหน่ายหรือมีการใช้หรือมีการโฆษณาหรือได้มีการใช้เครื่องหมายโดยวิธีใด ๆ อย่างแพร่หลายตามปกติโดยสุจริตจนทำให้สาธารณชนทั่วไปหรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยรู้จักเป็นอย่างดี และประการที่ 2 เครื่องหมายนั้นจะต้องมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้บริโภค ส่วนประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2543) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ฉบับลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2543 ก็กำหนดหลักเกณฑ์ในข้อ 1 ว่าเครื่องหมายนั้นต้องมีปริมาณการจำหน่ายจำนวนมาก หรือมีการใช้หรือโฆษณาเป็นที่แพร่หลายจนทำให้สาธารณชนทั่วไปหรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยรู้จักเป็นอย่างดี ข้อ 2 เครื่องหมายนั้นจะต้องมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภค

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าวมาข้างต้นแล้วว่า โจทก์ได้โฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ตามสื่อต่าง ๆ หลายประเภท จนเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในหมู่สาธารณชนทั่วไปและสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องรวมทั้งโจทก์เปิดร้านสาขาเป็นจำนวนมากทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ดังกล่าวมาในคดีนี้ย่อมฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ตามฟ้องที่มีคำว่า "Watson's" และ "Watsons" เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8 (10) อันเป็นเครื่องหมายที่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสินค้าทุกจำพวก ตามมาตรา 6 (2) และมาตรา 8 (10)

มิใช่ต้องห้ามมิให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเฉพาะการขอจดทะเบียนสำหรับใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะอย่างเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น ตามมาตรา 6 (3) และมาตรา 13 แต่อย่างใด และเมื่อเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์เป็นเครื่องหมายที่ใช้คำว่า "Watson's" และ "Watsons" เป็นสาระสำคัญโดยการเห็นคำดังกล่าวและเรียกขานคำดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการสังเกตจดจำว่าเป็นเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ที่จดทะเบียนไว้ก็มีคำว่า "Watson" เป็นสาระสำคัญแม้จะมีอักษรโรมันว่า "WS" ในเส้นวงรีประกอบก็มีลักษณะเป็นอักษรย่อของคำว่า

"Watson" นั่นเอง และมีลักษณะเครื่องหมายการค้าที่มีส่วนสำคัญในการสังเกตและเรียกขานที่คำว่า "Watson" เช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ดังกล่าว จึงย่อมมีเหตุที่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเดียวกันได้ ทำให้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คล้ายกับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปของโจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงไม่เป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้เพราะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 6 (2) และมาตรา 8 (10) ดังกล่าวข้างต้น

จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิที่จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ในสินค้าทุกจำพวกไม่ว่าจะขอจดทะเบียนสำหรับใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันกับสินค้าของโจทก์หรือไม่ก็ตาม ขณะที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปย่อมมีสิทธิที่จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนได้ นอกจากนี้ยังได้ความอีกว่าก่อนหน้าที่จำเลยที่ 1 ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจนได้รับการจดทะเบียนทั้งสามทะเบียนดังกล่าว จำเลยที่ 1 เคยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนนั้น แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเพราะเหตุที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้มาก่อนแล้ว แต่จำเลยที่ 1 กลับมาขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามคำขอนี้ใหม่ โดยขอจดทะเบียนสำหรับใช้กับสินค้าแตกต่างไป

แสดงว่าจำเลยที่ 1 ก็ทราบถึงสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์และลักษณะความเหมือนหรือคล้ายกันของเครื่องหมายการค้านี้แล้ว ทั้งจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อบริษัทว่ารีไลหรือ Rely ส่วนจำเลยที่ 2 ที่มีชื่อว่า วสันต์หรือ Wasun ซึ่งไม่ได้เขียนเป็นภาษาอังกฤษเป็น Watson แต่อย่างใด แต่จำเลยที่ 1 กลับนำเอาคำว่า Watson ซึ่งเป็นทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการของโจทก์มาดัดแปลงเล็กน้อยแล้วขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ที่ส่อแสดงให้เห็นเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ด้วยการอาศัยประโยชน์จากการที่ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์มีชื่อเสียงจึงไม่อาจอ้างสิทธิที่เกิดจากการกระทำโดยไม่สุจริตได้

ดังนี้ย่อมฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 ในเครื่องหมายการค้าที่จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนไว้ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 179393 ค 172866 และ ค 164720 โจทก์ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามทะเบียนของจำเลยที่ 1 ได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67 สำหรับกรณีที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 662878 ตามคำฟ้องของโจทก์นั้น ปรากฏว่าการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า

นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายังไม่มีคำสั่งให้จดทะเบียนและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอนี้แล้วแต่อย่างใด จึงไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67 ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้เสียเองจึงไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลยที่ 1 ด้วย การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนนี้ของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ได้เพื่อมิให้เสียหายแก่โจทก์ต่อไป โดยหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติก็ชอบที่จะใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ได้ และศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องเสียด้วย

อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งอัตราค่าทนายความที่ศาลจะกำหนดให้แก่ผู้ชนะคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้องไม่เกิน 3,000 บาท ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความแทนโจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหานี้ แต่เมื่อเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 662878 ให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการขอถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า หากไม่ดำเนินการให้ถือคำพิพากษาศาลฎีกานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง 3,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · อร่าม เสนามนตรี · ปริญญา ดีผดุง
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายนทดล กิติกัมรา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ป)94/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ทป120/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ทป79/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้