Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61118)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า โจทก์ได้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 47(1)(2)(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการปรับบทผิด จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญแห่งคดีควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยนอกจากนี้จำเลยยังได้อุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ร้ายแรงนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นยุติแล้ว จึงเป็นการคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมาย หาใช่ปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไว้ไม่ โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน 2,475.20 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า 20,159.20 บาทรวมเป็นเงิน 22,634.40 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 63,659 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 112)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์รู้เห็นเป็นใจให้ความร่วมมือหรือความสะดวกแก่นางจินตนาในการกระทำความผิดนั้นเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำผิดของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)นั้น เป็นข้อกฎหมายจึงให้รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยไว้พิจารณาและดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1375/2530นางมุกดา สุคนธมัตโจทก์การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำเลยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า

จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า โจทก์ได้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 47(1)(2)(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการปรับบทผิด จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญแห่งคดีควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยนอกจากนี้จำเลยยังได้อุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ร้ายแรงนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นยุติแล้ว จึงเป็นการคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมาย หาใช่ปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไว้ไม่ โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน 2,475.20 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า 20,159.20 บาทรวมเป็นเงิน 22,634.40 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 63,659 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 112)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์รู้เห็นเป็นใจให้ความร่วมมือหรือความสะดวกแก่นางจินตนาในการกระทำความผิดนั้นเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำผิดของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)นั้น เป็นข้อกฎหมายจึงให้รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยไว้พิจารณาและดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้