Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61112)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับโจทก์ร่วมเห็นว่า โจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นกล่าวคือโจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าเช็คพิพาทไม่ใช่เช็คค้ำประกัน เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คจำเลยต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค และการที่จำเลยห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็ค จำเลยจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 หรือไม่ นอกจากนั้นฎีกาข้อ 2.4 และ 2.5 ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกันโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมหมายเหตุ จำเลยยื่นคำแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 75)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นางประไพคล้ายลำเจียก ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 70)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า จำเลยออกเช็คเป็นประกัน และจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค เป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ร่วมฎีกาว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้โดยนำมาแลกเงินสดมิใช่เป็นประกัน จำเลยห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต และไม่สมควรรับฟังพยานเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 1 นั้น เป็นการคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1369/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางประไพ คล้ายลำเจียกโจทก์นายอัศนีย์ รังสาครจำเลยนางประไพ คล้ายลำเจียก โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับโจทก์ร่วมเห็นว่า

โจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นกล่าวคือโจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าเช็คพิพาทไม่ใช่เช็คค้ำประกัน เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คจำเลยต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค และการที่จำเลยห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็ค จำเลยจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 หรือไม่ นอกจากนั้นฎีกาข้อ 2.4 และ 2.5 ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกันโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมหมายเหตุ จำเลยยื่นคำแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 75)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นางประไพคล้ายลำเจียก

ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 70)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า จำเลยออกเช็คเป็นประกัน และจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค เป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ร่วมฎีกาว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้โดยนำมาแลกเงินสดมิใช่เป็นประกัน จำเลยห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต และไม่สมควรรับฟังพยานเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 1 นั้น เป็นการคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้