Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61050)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยนอกจากข้อ 2(ก) เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2(ก) แม้เป็นข้อกฎหมายก็เป็นฎีกาย่อและเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทแต่จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ฎีกาของจำเลยข้อ 2(ข)และ(ค) จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองและฎีกาของจำเลยข้อ 2(ก) เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีเพราะที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อ (1)ที่ว่าที่ดินเป็นของโจทก์หรือของจำเลยแต่ประการใด สมควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัยต่อไปโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยขนย้ายบริวารและทรัพย์ออกจากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 497 ตำบลวังน้ำซับอำเภอศรีประจันต์จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 94) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยออกจากที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการทำไร่อ้อยมีเนื้อที่ 12 ไร่ 2 งาน ซึ่งในขณะยื่นฟ้องเชื่อว่าอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของมารดาจำเลย มิได้กล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรค 2 ฎีกาของจำเลยในข้อ 2(ข)(ค)และ(ง) ที่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ก็ดีเอกสารสัญญาจ้างหมายเลข 1 ท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอมไม่มีผลผูกพัน จำเลยก็ดี การกระทำของโจทก์เป็นไปโดยไม่สุจริตก็ดีเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามกฎหมายดังกล่าวส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(ก) ที่ว่าศาลอุทธรณ์พิจารณานอกประเด็นที่กำหนดไว้ในศาลชั้นต้น แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่เห็นได้ชัดแจ้งว่า ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้รวมประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เข้าด้วยกันนั่นเองจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ค่าธรรมเนียมเฉพาะคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1280/2530นายชิต ศรีนาคโจทก์นางสาหร่าย มหาพราหมณ์จำเลยนายวิฑูรย์ ลิ้มศุภรัตน์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยนอกจากข้อ 2(ก) เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2(ก) แม้เป็นข้อกฎหมายก็เป็นฎีกาย่อและเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทแต่จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ฎีกาของจำเลยข้อ 2(ข)และ(ค) จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองและฎีกาของจำเลยข้อ 2(ก) เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีเพราะที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อ (1)ที่ว่าที่ดินเป็นของโจทก์หรือของจำเลยแต่ประการใด

สมควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัยต่อไปโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยขนย้ายบริวารและทรัพย์ออกจากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 497 ตำบลวังน้ำซับอำเภอศรีประจันต์จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 94) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยออกจากที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการทำไร่อ้อยมีเนื้อที่ 12 ไร่ 2 งาน ซึ่งในขณะยื่นฟ้องเชื่อว่าอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของมารดาจำเลย มิได้กล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรค 2 ฎีกาของจำเลยในข้อ 2(ข)(ค)และ(ง) ที่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ก็ดีเอกสารสัญญาจ้างหมายเลข 1 ท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอมไม่มีผลผูกพัน จำเลยก็ดี การกระทำของโจทก์เป็นไปโดยไม่สุจริตก็ดีเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามกฎหมายดังกล่าวส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2(ก) ที่ว่าศาลอุทธรณ์พิจารณานอกประเด็นที่กำหนดไว้ในศาลชั้นต้น

แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่เห็นได้ชัดแจ้งว่า ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้รวมประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เข้าด้วยกันนั่นเองจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ค่าธรรมเนียมเฉพาะคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ดุสิต วราโห · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้