Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6104/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 4 มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ รวมทั้งการวิศวกรรมจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 66(2) และ (12) ย่อมมีหน้าที่ควบคุมและจัดให้มีเครื่องหมายและสัญญาณไฟให้ประชาชนผู้ใช้ถนนได้เห็นชัดเจนเพื่อป้องกันอุบัติ เหตุ ถึงแม้จำเลยที่ 4 จะได้กำหนดให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับเหมาเป็นผู้ดูแลพื้นที่ในถนนที่ทำการซ่อมปรับปรุง จำเลยที่ 4 ก็ต้องควบคุมให้จำเลยที่ 2 ติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณไฟให้ถูกต้อง การที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 มีความประมาทมิได้ติดตั้งสัญญาณไฟไว้ในบริเวณหลุมที่ขุดในถนนเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ขับรถยนต์มาตกหลุมดังกล่าวทำให้ผู้ที่โดยสารมาถึงแก่ความตายโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 สูญหายถือได้ว่าจำเลยที่ 4 ละเว้นหน้าที่โดยประมาทเลิ่นเล่อในการไม่ควบคุมให้มีการติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณไฟให้ถูกต้องเป็นเหตุให้ความเสียหายดังกล่าวต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๔ มีหน้าที่จัดระเบียบบริหารราชการในกรุงเทพมหานคร ในด้านการสาธารณูปโภคต่าง ๆ และต้องให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้ถนนในขณะที่มีการก่อสร้างหรือซ่อมปรับปรุง จำเลยที่ ๔ ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ซ่อมปรับปรุงถนนราชวิถีจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงใกล้ทางรถไฟ อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ มีหน้าที่แจ้งหรือแสดงสัญญาณให้ผู้ใช้ถนนทราบ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๕ เวลาประมาณ ๑ นาฬิกา จำเลยที่ ๒ ขุดถนนราชวิถีบริเวณหน้าสถานฝึกวิชาชีพ กว้าง ๓ เมตร ยาว ๕.๓๐ เมตร ลึก ๕๐ เซนติเมตร จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ให้สัญญาณจราจร แต่จำเลยที่ ๑ ไม่กระทำ โจทก์ที่ ๒ ได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๗ ก-๙๗๓๘ กรุงเทพมหานครของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งโจทก์ที่ ๑ รับประกันภัยไว้

รถของโจทก์กระแทกกับขอบหลุมอย่างแรงจนเด็กชายพิระพัฒน์ รัตนางศุ ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ ๒ ได้รับบาดเจ็บสาหัสโจทก์ที่ ๓ ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินของโจทก์ที่ ๒ เสียหาย ทรัพย์สินของโจทก์ที่ ๓ สูญหาย รถยนต์พังเสียหายทั้งคัน โจทก์ที่ ๑ จ่ายเงินเต็มตามจำนวนที่รับประกันภัยไว้ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ไปแล้วเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๐๕,๖๒๕ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๙๓,๕๐๐ บาท และโจทก์ที่ ๓ จำนวน ๖๔,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท, ๑๘๐,๐๐๐ บาท และ ๖๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ทั้งสามไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่จัดแผงสัญญาเตือนเหตุเกิดเพราะโจทก์ที่ ๒ ประมาทโดยขับรถในขณะเสพสุรามึนเมา ขับเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ศาลยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ รับเหมาทำการก่อสร้างปรับปรุงถนนราชวิถีจากจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๔ ได้มอบการครอบครองถนนช่วงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ จำเลยที่ ๔ จึงมิต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๒ ที่ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดโจทก์เรียกค่าเสียหายสูงกว่าความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๕ และดอกเบี้ยอัตราเดิมของต้นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้องละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ ๓ สำหรับจำเลยที่ ๔ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีแต่เพียงว่าจำเลยที่ ๔ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๔ ได้ทำสัญญาจ้างเหมาจำเลยที่ ๒ ให้ทำการซ่อมปรับปรุงถนนราชวิถีจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงใกล้ทางรถไฟ จำเลยที่ ๒ ได้มอบให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างทำหน้าที่คอยให้สัญญาณแก่ผู้ใช้ถนนในบริเวณนั้น เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๕ เวลาประมาณ ๑ นาฬิกา โจทก์ที่ ๒ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๗ ก-๙๗๓๘ กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งโจทก์ที่ ๑ รับประกันภัยไว้ไปตามถนนสายนี้ จำเลยที่ ๒ ขุดหลุมขวางถนนในช่องทางที่โจทก์ที่ ๒ จะต้องขับรถไป โดยจำเลยที่ ๑ มิได้ติดตั้งสัญญาณไฟไว้ที่หลุม เป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ ขับรถตกหลุมดังกล่าว

รถและทรัพย์สินอื่นของโจทก์ที่ ๒ รวมทั้งทรัพย์สินของโจทก์ที่ ๓ เสียหายตัวโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ บาดเจ็บสาหัส เด็กชายพีระพัฒน์ รัตนางศุ ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๔ นำสืบต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๔ ทำสัญญาจ้างเหมาจำเลยที่ ๒ โดยมอบให้จำเลยที่ ๒ ดูแลถนนในระหว่างทำการซ่อมปรับปรุง จำเลยที่ ๔ ได้แต่งตั้งนายวิเชียร สิโนทก กับนายสมศักดิ พุ่มกนก เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง นายวิเชียรแจ้งให้จำเลยที่ ๒ ทำเครื่องหมายป้องกันอุบัติเหตุและสัญญาณไฟให้เพียงพอ และจำเลยที่ ๔ ได้มีหนังสือเตือนไปอีกตามเอกสารหมาย ล.๔ ล.๕ จำเลยที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ ๔ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ รวมทั้งการวิศวกรรมจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๖๖๙(๒) และ (๑๒) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ ๔ ย่อมมีหน้าที่ควบคุมและจัดให้มีเครื่องหมายและสัญญาณไฟให้ประชาชนผู้ใช้ถนได้เห็นชัดเจนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ ๔ ถึงแม้จะได้กำหนดให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว จำเลยที่ ๔ ก็ต้องควบคุมให้จำเลยที่ ๒ ติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณไฟขึ้นให้ถูกต้อง ข้อเท็จจริงได้ความว่าในคืนเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ มีความประมาทมิได้ติดตั้งสัญญาณไฟไว้บริเวณหลุมที่เกิดเหตุ

นายวิเชียร สิโนทกและนายสมศักดิ์ พุ่มกนก ซึ่งจำเลยที่ ๔ ส่งไปให้ควบคุมการซ่อมปรับปรุงถนนที่เกิดเหตุก็มิได้คอยดูว่ามีการติดตั้งสัญญาณไฟบริเวณหลุมดังกล่าวในคืนเกิด เหตุหรือไม่ และนายวิเชียร สิโนทก ยังได้เบิกความว่า เอกสารหมาย ล.๔ ล.๕ ที่จำเลยที่ ๔ ส่งไปให้จำเลยที่ ๒ นั้นมิใช่เอกสารที่เตือนให้ติดตั้งสัญญาณไฟหลุมที่เกิดเหตุ ที่จำเลยที่ ๔ แก้ฎีกาว่า เกิดเหตุเพราะโจทก์ที่ ๒ ประมาทขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น รับฟังไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๔ มิได้นำสืบพยานหลักฐานในข้อนี้ และได้ความจากคำเบิกความของพันตำรวจตรีวิมล เปาอินทร์ พยานโจทก์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นรองสารวัตรจราจรในขณะเกิดเหตุว่า พยานได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดกับเวลาเกิดเหตุ

ปรากฏว่าสองข้างถนนไม่มีแสงไฟฟ้า หลังจากรถโจทก์ที่ ๒ ตกหลุมแล้วยังมีรถอื่นตกหลุมดังกล่าวนี้อีกด้วย พยานมิได้ดำเนินคดีแก่โจทก์ที่ ๒ เพราะเห็นว่าโจทก์ที่ ๒ มิได้ประมาท ตามพฤติการณ์แห่งคดีชี้ให้เห็นว่า จำเลยที่ ๔ ละเว้นหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ ในการไม่ควบคุมให้มีการติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณไฟให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้ถนนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามด้วย จำเลยที่ ๔ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ย และค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้จำเลยที่ ๔ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสามด้วย โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีการวม ๔,๐๐๐ บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายชลอ ทองแย้ม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้