Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61027)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 2.1 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2.2จำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่าย รวม 80,000 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (12 กุมภาพันธ์2530) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 56)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นใจความว่าในปัญหาที่ว่าความสัมพันธ์ของนายจ้างลูกจ้างระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงเมื่อใดนั้น ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลย กับได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของโจทก์ต่อกรมสรรพากร เดิมโจทก์ทำงานกับจำเลย จำเลยให้โจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดโดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทดังกล่าวและโจทก์ไม่คัดค้านจึงต้องถือว่า นายจ้างได้โอนสิทธิของตนให้แก่บริษัททานตะวันพัฒนกิจจำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 577 ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงแล้วก็ดีและตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าให้โจทก์ปฏิบัติงานให้จำเลยในนามบริษัทภายนอกตามที่โจทก์เบิกความไว้ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ไปอยู่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด เป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยยังคงมีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบก็ดี ในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่าที่จำเลยอ้างและนำสืบว่าก่อนเลิกจ้างโจทก์โอนไปอยู่กับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยนั้นฟังไม่ขึ้น การที่จำเลยส่งโจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนั้น ฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลย จะอ้างว่ามิได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกันฟังไม่ขึ้นและการที่ให้โจทก์ไปทำงานกับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดก็เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยดังนี้ เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแต่เป็นเรื่องโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนเท่าที่เห็นสมควรและเชื่อฟังมาแล้วเช่นนั้นหาใช่นอกเหนือจากพยานหลักฐานที่นำสืบหรือคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1252/2530นายพิสุทธิ์ รุจิระบรรเจิดโจทก์บริษัททานตะวันธุรกิจ จำกัดจำเลยบริษัททานตะวันธุรกิจ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 2.1 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2.2จำเลยเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่าย รวม 80,000 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (12 กุมภาพันธ์2530) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 56)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นใจความว่าในปัญหาที่ว่าความสัมพันธ์ของนายจ้างลูกจ้างระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงเมื่อใดนั้น

ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลย กับได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของโจทก์ต่อกรมสรรพากร เดิมโจทก์ทำงานกับจำเลย จำเลยให้โจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดโดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทดังกล่าวและโจทก์ไม่คัดค้านจึงต้องถือว่า นายจ้างได้โอนสิทธิของตนให้แก่บริษัททานตะวันพัฒนกิจจำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 577 ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงแล้วก็ดีและตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าให้โจทก์ปฏิบัติงานให้จำเลยในนามบริษัทภายนอกตามที่โจทก์เบิกความไว้ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ไปอยู่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ

จำกัด เป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยยังคงมีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบก็ดี ในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่าที่จำเลยอ้างและนำสืบว่าก่อนเลิกจ้างโจทก์โอนไปอยู่กับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยนั้นฟังไม่ขึ้น การที่จำเลยส่งโจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนั้น ฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลย จะอ้างว่ามิได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกันฟังไม่ขึ้นและการที่ให้โจทก์ไปทำงานกับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ

จำกัดก็เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยดังนี้ เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแต่เป็นเรื่องโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนเท่าที่เห็นสมควรและเชื่อฟังมาแล้วเช่นนั้นหาใช่นอกเหนือจากพยานหลักฐานที่นำสืบหรือคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้