Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6101/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทต่อมาการที่โจทก์ยอมรับเช็คซึ่งบริษัทน. เป็นผู้สั่งจ่ายเป็นการที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงินสด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก และเมื่อปรากฏว่าเช็คฉบับดังกล่าวไม่อาจเรียกเก็บเงินได้ โจทก์ได้ฟ้องผู้สั่งจ่ายและได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมให้ผู้สั่งจ่ายผ่อนชำระ ซึ่งมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับเช็คฉบับดังกล่าวระงับสิ้นไป โจทก์ได้สิทธิใหม่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีผลเท่ากับว่าเช็คได้ใช้เงินแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคท้ายเมื่อหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทจำนวน 600,000 บาทเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ในเช็คจำนวน 1,700,000 บาทซึ่งได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้วหนี้ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทจึงย่อมระงับสิ้นไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2531 จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปจำนวน 600,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยโจทก์อัตราร้อยละ 15 ต่อปี และกำหนดชำระคืนในวันที่8 มิถุนายน 2532 จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์บางส่วนแล้วเป็นเงิน 108,000 บาท เมื่อครบกำหนดชำระเงินจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนโจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจำนวน1,105,250 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน600,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์จำนวน 600,000 บาท จริงตามฟ้อง จำเลยได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว แต่โจทก์ไม่คืนสัญญากู้ยืมให้จำเลย โดยโจทก์อ้างว่าหาสัญญาไม่พบแล้วโจทก์กลับนำเอาสัญญากู้มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

หลังจากจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบแล้ว โจทก์ได้นำเงิน 1,700,000 บาท มอบให้จำเลยช่วยปล่อยกู้ให้จำเลยได้จัดการให้บริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ใช้เช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสำเพ็ง ฉบับเลขที่ 2935844แลกเงินสดไปจากโจทก์จำนวน 1,700,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องบริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดต่อศาลแพ่งธนบุรี ขอให้บังคับชำระเงินตามเช็คฉบับดังกล่าวโจทก์และบริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยบริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยินยอมชำระเงินตามเช็คให้โจทก์ ศาลได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แล้ว หากศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กู้เงินไปจากโจทก์หลายครั้งรวมเป็นเงินจำนวน 1,700,000 บาท และหนี้ตามฟ้องคดีนี้เป็นหนี้ส่วนหนึ่งของหนี้จำนวน 1,700,000 บาท แล้วจำเลยก็ขอต่อสู้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิฟ้องบริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย)

จำกัด ไปแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับเอาจากจำเลยอีก หนี้ตามฟ้องได้มีการเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 600,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า การที่โจทก์ยอมรับเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสำเพ็ง จำนวน 1,700,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.8 ไม่มีผลทำให้หนี้เงินกู้จำนวน 600,000 บาท ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ระงับไป เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสามถือว่าหนี้จะระงับไปต่อเมื่อเช็คสามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้เมื่อเช็คเอกสารหมาย จ.8 ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้และโจทก์ได้ฟ้องผู้สั่งจ่ายเช็คและทำสัญญาประนีประนอมยอมความก็มีผลทำให้หนี้ระหว่างโจทก์กับผู้สั่งจ่ายระงับไปเท่านั้น ไม่มีผลทำให้หนี้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ระงับสิ้นไป เห็นว่าการที่โจทก์ยอมรับเช็คเอกสารหมาย จ.8 ซึ่งบริษัทนากรานีเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้สั่งจ่ายเป็นการที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงินสด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 321 วรรคแรก และเมื่อปรากฏว่าเช็คฉบับดังกล่าวไม่อาจเรียกเก็บเงินได้

โจทก์ได้ฟ้องผู้สั่งจ่ายและได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมให้ผู้สั่งจ่ายผ่อนชำระ ซึ่งมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับเช็คฉบับดังกล่าวระงับสิ้นไป โจทก์ได้สิทธิใหม่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีผลเท่ากับว่าเช็ค เอกสารหมาย จ.8 ได้ใช้เงินแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 321 วรรคท้าย ดังนั้น หนี้เงินกู้จำนวน 600,000 บาทตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นส่วนหนึ่งของหนี้ในเช็คจำนวน1,700,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.8 ซึ่งได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้วหนี้ดังกล่าวจึงย่อมระงับสิ้นไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรกพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · ศุภชัย ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้