Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61006)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือมีการตกลงกันตามคำร้องลงวันที่ 4 ตุลาคม 2526ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงขายและจำเลยตกลงซื้อที่ดินพิพาท 3 แปลงพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ในราคา 1,500,000 บาท โดยจำเลยจะชำระราคาภายใน 10 เดือนนับแต่วันทำสัญญายอม ฯลฯ หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคา ให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญายอมเป็นอันยกเลิก และจำเลยยอมให้โจทก์บังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ทันที กับยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในอัตราเดือนละ 3,000 บาทนับแต่วันทำสัญญายอมเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารทั้งสิ้นจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น และต่อมาโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันอีกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2524ข้อหนึ่งว่า โจทก์ยอมให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2524 และโจทก์ยอมให้จำเลยซื้อที่พิพาทคืนในราคา 1,800,000 บาท โดยจำเลยจะชำระเป็นเงินสดหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารรับรองภายในวันที่ 15กันยายน 2524 หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วจำเลยไม่นำเงินมาชำระให้ครบถ้วนให้ถือว่าจำเลยผิดนัด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยจำเลยและบริวารยอมให้บังคับจับขังหากไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ฯลฯต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่าครบกำหนดแล้วจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลออกหมายจับตัวจำเลย ฯลฯ ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม (อันดับ 67)ศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 71)วันนัดพร้อม จำเลยแถลงว่าขอเวลาภายในเดือนมกราคม 2525 จะจัดการขนย้ายออกไปให้เรียบร้อย โจทก์ยอมให้เวลาตามขอหากยังไม่ปฏิบัติอีกขอให้ศาลบังคับคดี ฯลฯ (อันดับ 73)วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าครบกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไป ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับตัวจำเลยและบริวารมากักขังไว้จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาทศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)วันนัดพร้อม จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ทนายโจทก์ยืนยันว่าจำเลยยังไม่ขนย้ายออกไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการขัดหมายเรียกของศาลให้หมายจับจำเลย (อันดับ 78)วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2525 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคดีมีทางตกลงกันได้ และจำเลยมิได้จงใจไม่มาศาลตามนัด ขอให้งดหมายจับและนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทราบหมายนัดโดยชอบแล้วไม่แจ้งเหตุก่อนวันนัด ไม่มีเหตุถอนหมายจับ บังคับคดีตามกฎหมาย(อันดับ 79)ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2526 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีอื่นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากคดีนี้แล้วคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา คดีทั้งสองเกี่ยวพันกันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอให้ทุเลาการบังคับคดีนี้ไว้ก่อนและหากหมายจับจำเลยกับพวกไว้ก็ขอให้เพิกถอนหมายจับเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่ง (อันดับ 86)โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 139,140)ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1166/2530นายณรงค์ โลกะวิทย์โจทก์นายบุญพา รัตนสุวรรณจำเลยนายบุญพา รัตนสุวรรณ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือมีการตกลงกันตามคำร้องลงวันที่ 4 ตุลาคม 2526ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงขายและจำเลยตกลงซื้อที่ดินพิพาท 3 แปลงพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ในราคา 1,500,000 บาท โดยจำเลยจะชำระราคาภายใน 10 เดือนนับแต่วันทำสัญญายอม ฯลฯ หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคา ให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญายอมเป็นอันยกเลิก และจำเลยยอมให้โจทก์บังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ทันที กับยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในอัตราเดือนละ 3,000 บาทนับแต่วันทำสัญญายอมเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารทั้งสิ้นจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น และต่อมาโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันอีกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2524ข้อหนึ่งว่า โจทก์ยอมให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2524 และโจทก์ยอมให้จำเลยซื้อที่พิพาทคืนในราคา 1,800,000 บาท โดยจำเลยจะชำระเป็นเงินสดหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารรับรองภายในวันที่ 15กันยายน 2524 หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วจำเลยไม่นำเงินมาชำระให้ครบถ้วนให้ถือว่าจำเลยผิดนัด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยจำเลยและบริวารยอมให้บังคับจับขังหากไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ฯลฯต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่าครบกำหนดแล้วจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

ขอให้ศาลออกหมายจับตัวจำเลย ฯลฯ ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม (อันดับ 67)ศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 71)วันนัดพร้อม จำเลยแถลงว่าขอเวลาภายในเดือนมกราคม 2525 จะจัดการขนย้ายออกไปให้เรียบร้อย โจทก์ยอมให้เวลาตามขอหากยังไม่ปฏิบัติอีกขอให้ศาลบังคับคดี ฯลฯ (อันดับ 73)วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าครบกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไป ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับตัวจำเลยและบริวารมากักขังไว้จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาทศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)วันนัดพร้อม จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ทนายโจทก์ยืนยันว่าจำเลยยังไม่ขนย้ายออกไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการขัดหมายเรียกของศาลให้หมายจับจำเลย (อันดับ 78)วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2525 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคดีมีทางตกลงกันได้ และจำเลยมิได้จงใจไม่มาศาลตามนัด

ขอให้งดหมายจับและนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทราบหมายนัดโดยชอบแล้วไม่แจ้งเหตุก่อนวันนัด ไม่มีเหตุถอนหมายจับ บังคับคดีตามกฎหมาย(อันดับ 79)ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2526 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีอื่นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากคดีนี้แล้วคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา คดีทั้งสองเกี่ยวพันกันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอให้ทุเลาการบังคับคดีนี้ไว้ก่อนและหากหมายจับจำเลยกับพวกไว้ก็ขอให้เพิกถอนหมายจับเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่ง (อันดับ 86)โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 139,140)ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้