Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60960)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย ซึ่งมีผลว่าคดีจำเลยที่ 2 มีมูลคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยที่ 2ฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุดเพราะหาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าถึงที่สุดไม่ กรณีคำสั่งมีมูลของศาลจะถึงที่สุดนั้นต้องเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเท่านั้น จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40 แผ่นที่ 4)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2ไม่มีมูล ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 33)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติให้ผลของคำสั่งศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ให้คดีมีมูลเป็นอันเด็ดขาด คงให้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาเฉพาะคำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลเท่านั้นฉะนั้น ในกรณีคดีนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 อันย่อมมีผลว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มีมูล จึงย่อมอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวที่ให้คำสั่งศาล ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องของจำเลยที่ 2จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 832/2530ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกอีเลคโทรนิคและโทรคมนาคม กับพวกจำเลยนางสาวเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 170, ม. 193ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย ซึ่งมีผลว่าคดีจำเลยที่ 2 มีมูลคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยที่ 2ฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุดเพราะหาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าถึงที่สุดไม่ กรณีคำสั่งมีมูลของศาลจะถึงที่สุดนั้นต้องเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเท่านั้น จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40 แผ่นที่ 4)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2ไม่มีมูล ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์

สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 33)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติให้ผลของคำสั่งศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ให้คดีมีมูลเป็นอันเด็ดขาด คงให้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาเฉพาะคำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลเท่านั้นฉะนั้น ในกรณีคดีนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 อันย่อมมีผลว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มีมูล จึงย่อมอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวที่ให้คำสั่งศาล ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องของจำเลยที่ 2จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61812)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้ายฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประการแรกจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งระหว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2524

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดฐานรีดเอาทรัพย์และฉ้อโกง โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกรวม 4 คนได้ข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมให้หรือยอมจะให้ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาน่าน ได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2034/2520

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีไม่มีมูล ดังนี้ โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2503

ศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลและประทับฟ้องส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการ คำสั่งของศาลแขวงที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาว่า ผู้ว่าคดีโจทก์ฟ้องคดีพ้นระยะเวลาตามที่ กำหนดไว้ใน มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้