Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60919)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า เนื่องจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดรวม 3 กรรม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยกรรมเดียว โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมตามคำฟ้องโจทก์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(11) ประกอบมาตรา 83 ฯลฯ จำคุก 1 ปี 6 เดือนคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลงโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปีโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 64)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำการลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป 3 ครั้ง อันเป็นความผิด 3 กรรมต่างกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ร่วมกับพวกทำการลักทรัพย์ไปเพียงครั้งเดียวส่วนอีก 2 ครั้งให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำการลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป 3 ครั้ง เป็นความผิด 3 กรรม จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมา เพราะพยานหลักฐานโจทก์จะมีน้ำหนักเพียงพอให้ฟังลงโทษจำเลยได้กี่กรรมนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้วให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 680/2530พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสโจทก์นายนุ มาหะมะจำเลยพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า เนื่องจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดรวม 3 กรรม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยกรรมเดียว

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมตามคำฟ้องโจทก์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(11) ประกอบมาตรา 83 ฯลฯ จำคุก 1 ปี 6 เดือนคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลงโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปีโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 64)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำการลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป 3 ครั้ง อันเป็นความผิด 3 กรรมต่างกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ร่วมกับพวกทำการลักทรัพย์ไปเพียงครั้งเดียวส่วนอีก 2 ครั้งให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำการลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป 3 ครั้ง เป็นความผิด 3 กรรม จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมา เพราะพยานหลักฐานโจทก์จะมีน้ำหนักเพียงพอให้ฟังลงโทษจำเลยได้กี่กรรมนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้วให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้