Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6087/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยประเด็นเรื่องเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท แต่ศาลฎีกาเห็นว่าการแจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบชอบแล้ว จึงมีประเด็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง (เดิม) อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ซึ่งคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในเรื่องนี้ย่อมเป็นที่สุดตามความในวรรคท้ายเดิม และศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 แม้ระหว่างพิจารณาคดีขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 จะได้ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีแล้ว แต่การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ซื้อทรัพย์ย่อมได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้โจทก์ถอนการยึดทรัพย์จึงไม่มีผลกระทบถึงสิทธิฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 250,000 บาท กับให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 72,166.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 72,166.66 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนหรือชดใช้ราคา แต่ต้องไม่เกิน 6 เดือน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าที่ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,500 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)

เลขที่ 620 ตำบล (ไชยคราม) ปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดโดยนางพรทิพย์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ในราคา 400,000 บาท จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องและแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2547 เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 620 ตำบล (ไชยคราม) ปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจำเลยที่ 1 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาด เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ย้ายภูมิลำเนาตามคำฟ้องไปอยู่บ้านหลังใหม่ซึ่งยังไม่ได้เลขที่บ้านตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี การประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไปในราคาต่ำกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีและต่ำกว่าความเป็นจริงที่ควรจะขายได้

อันเป็นการสมรู้กันกดราคาโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามฟ้องตลอดมาและไม่ได้แจ้งย้ายภูมิลำเนาแต่อย่างใด ผู้คัดค้านซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดโดยการจำนองติดไปด้วย ผู้คัดค้านได้ชำระหนี้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรผู้รับจำนองแทนจำเลยที่ 1 เพื่อไถ่ถอนจำนองเป็นเงิน 1,226,971 บาท เมื่อรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้วผู้คัดค้านชำระเงินในการซื้อที่ดินพิพาทเป็นเงิน 1,661,046 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายกันตามท้องตลาดอย่างมาก เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยชอบขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งวันประกาศขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบแล้วหรือไม่ จำเลยที่ 1 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ย้ายที่อยู่จากบ้านเลขที่ 119/1 หมู่ที่ 14 (เดิมหมู่ที่ 2) ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีนำประกาศขายทอดตลาดไปปิดไว้ ไปอยู่บ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่ 3 ตำบลเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 จำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบเรื่องการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท แต่ได้ความจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของจำเลยที่ 1 ว่า บ้านเลขที่ 119/1 กับบ้านหลังใหม่อยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตรจำเลยที่ 1 กลับมาที่ บ้านเลขที่ 119/1 ประมาณสัปดาห์ละครั้ง

เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยวิธีปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามที่ปรากฏในคำฟ้อง แม้รายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่ 26 มกราคม 2547 จะระบุว่าบ้านเลขที่ 119/1 มีการรื้อถอนบางส่วนและทิ้งร้างก็ตามแต่จำเลยที่ 1 รับว่ายังกลับมาที่บ้านเลขที่ 119/1 และยังไม่ได้แจ้งย้ายทะเบียนบ้านเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาแต่อย่างใด อีกทั้งตามคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 ก็ยังคงระบุไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 119/1 หมู่ที่ 14 (เดิมหมู่ที่ 2) ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดหมายแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 1 ทราบ นอกจากนี้เมื่อผู้ซื้อทรัพย์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยที่ 1 เข้าทำการกรีดยางพารา หรือทำประโยชน์ใดๆ ในที่ดินพิพาทโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ที่บ้านเลขที่ 119/1 ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2547 จำเลยที่ 1 ก็ลงชื่อรับหนังสือไว้เอง แสดงว่าจำเลยที่ 1 ยังคงถือเอาบ้านเลขที่ 119/1 เป็นภูมิลำเนาของตน ดังนั้น การที่พนักงานเดินหมายได้ส่งประกาศขายทอดตลาดให้แก่จำเลยที่ 1 ที่บ้านเลขที่ 119/1 โดยวิธีปิดหมายไว้ถือได้ว่ามีการแจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของผู้ซื้อทรัพย์ฟังขึ้น ส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาต่อไปว่า ผู้ซื้อทรัพย์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตและเป็นราคาตามสมควรหาได้ต่ำกว่าราคาซื้อขายกันในท้องตลาดแต่อย่างใดไม่ เห็นว่า ในประเด็นนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยังมิได้วินิจฉัย และการที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง

เดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ซึ่งคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในเรื่องนี้ย่อมเป็นที่สุดตามความในวรรคท้ายเดิม ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247

อนึ่ง ที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาลงวันที่ 30 สิงหาคม 2550 ปรากฏว่ายื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลฎีกาจึงรับไว้ในฐานะเป็นคำแถลงการณ์เท่านั้น จำเลยที่ 1 อ้างในคำแถลงการณ์ว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้คดีนี้จากจำเลยที่ 1 ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และขอถอนการบังคับคดี ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นความประสงค์ของโจทก์ คดีจึงไม่มีเหตุที่จะต้องบังคับคดีต่อไปเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ถอนการบังคับคดีตามเอกสารที่แนบมาท้ายคำแถลงการณ์นั้น เห็นว่า การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 เมื่อคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาและยังมีปัญหาโต้แย้งกันอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ซื้อทรัพย์เกี่ยวกับการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คดีจึงยังไม่ยุติ ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ซื้อทรัพย์ย่อมได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้โจทก์ถอนการยึดทรัพย์ไม่มีผลกระทบถึงสิทธิฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 สั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · คำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้