Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60819)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 3 ต้องขังอยู่ในเรือนจำจึงมีความจำเป็นไม่อาจที่จะยื่นคำแก้ฎีกาให้ทันภายในกำหนดได้ ขอได้โปรดนับอายุการยื่นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 3 แต่เฉพาะวันเปิดทำการของทางราชการ โดยไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และขอขยายอายุการยื่นคำแก้ฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2530 จนถึงวันที่ 10เมษายน 2530 โดยไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์และระยะเวลาที่เรือนจำดำเนินการส่งโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,80,83 จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปีไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามมาตรา 371 ปรับ 100 บาท พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯ ไม่ลดมาตราส่วนโทษจำคุก 2 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี ปรับ 100 บาท ฯลฯ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯอีกกระทง จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 93 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามมาตรา 92 หนึ่งในสามเป็นจำคุก 4 ปี และ 2 ปี 8 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 12 ปี รวมโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 14 ปี ปรับ 100 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและนำสืบรับเกี่ยวกับอาวุธปืนของกลางเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 10 ปี 6 เดือน ปรับ 75 บาทสำหรับจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องข้อหาอื่น คงลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อย่างเดียว และเพิ่มโทษหนึ่งในสาม เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือนส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องทุกข้อหา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 69)จำเลยที่ 3 ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม2530(อันดับ 69)จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การนับระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้ จึงต้องนำการนับระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 มาใช้บังคับซึ่งวันหยุดราชการอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องนับรวมด้วยเว้นแต่วันสุดท้ายของระยะเวลาที่กำหนดเป็นวันหยุดราชการ จึงจะนับวันที่เริ่มทำงานใหม่ให้อีกหนึ่งวัน ดังนั้นเมื่อจำเลยรับสำเนาฎีกาของโจทก์วันที่ 12 มีนาคม 2530 วันสุดท้ายที่จะครบกำหนดยื่นคำแก้ฎีกาเป็นวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2530 มิได้ตรงกับวันหยุดราชการ เมื่อจำเลยยื่นคำแก้ฎีกาในวันที่ 23 มีนาคม 2530ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาแล้ว และกรณีมิใช่เป็นเหตุสุดวิสัย จึงให้ยกคำร้อง

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 538/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายบัญชา บำรุงรัตน์ กับพวกจำเลยนายยุทธนา วงศ์สวัสดิ์ จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.พ.พ. ม. 158, ม. 161 ป.วิ.อ. ม. 216ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 3 ต้องขังอยู่ในเรือนจำจึงมีความจำเป็นไม่อาจที่จะยื่นคำแก้ฎีกาให้ทันภายในกำหนดได้ ขอได้โปรดนับอายุการยื่นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 3 แต่เฉพาะวันเปิดทำการของทางราชการ โดยไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และขอขยายอายุการยื่นคำแก้ฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2530 จนถึงวันที่ 10เมษายน 2530 โดยไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์และระยะเวลาที่เรือนจำดำเนินการส่งโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,80,83 จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปีไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามมาตรา 371 ปรับ 100 บาท พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯ ไม่ลดมาตราส่วนโทษจำคุก 2 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี ปรับ 100 บาท ฯลฯ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯอีกกระทง จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 93 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามมาตรา 92 หนึ่งในสามเป็นจำคุก 4 ปี และ 2 ปี 8 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 12 ปี รวมโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 14 ปี ปรับ 100 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและนำสืบรับเกี่ยวกับอาวุธปืนของกลางเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 10 ปี 6 เดือน ปรับ 75 บาทสำหรับจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องข้อหาอื่น คงลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อย่างเดียว และเพิ่มโทษหนึ่งในสาม เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือนส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องทุกข้อหา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 69)จำเลยที่ 3 ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม2530(อันดับ 69)จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

การนับระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้ จึงต้องนำการนับระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 มาใช้บังคับซึ่งวันหยุดราชการอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องนับรวมด้วยเว้นแต่วันสุดท้ายของระยะเวลาที่กำหนดเป็นวันหยุดราชการ จึงจะนับวันที่เริ่มทำงานใหม่ให้อีกหนึ่งวัน ดังนั้นเมื่อจำเลยรับสำเนาฎีกาของโจทก์วันที่ 12 มีนาคม 2530 วันสุดท้ายที่จะครบกำหนดยื่นคำแก้ฎีกาเป็นวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2530 มิได้ตรงกับวันหยุดราชการ เมื่อจำเลยยื่นคำแก้ฎีกาในวันที่ 23 มีนาคม 2530ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาแล้ว และกรณีมิใช่เป็นเหตุสุดวิสัย จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้