Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6078/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ว.แทนโจทก์ทราบเมื่อประมาณเดือนกันยายน2534ว่าที่ดินพิพาทมีชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ซึ่งถือได้ว่าโจทก์รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนการฉ้อฉลแล้วแต่โจทก์ก็ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินพิพาทเมื่อวันที่1กรกฎาคม2535ซึ่งเป็นการกระทำการอื่นใดอันมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดีขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลและยังอยู่ภายในกำหนดเวลา1ปีนับแต่เวลาที่โจทก์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนดังกล่าวอายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา193/14(5)และตราบใดที่ที่ดินพิพาทยังถูกยึดอยู่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงก็ยังไม่สิ้นสุดอายุความไม่เริ่มนับใหม่ตามมาตรา193/15วรรคสองดังนั้นเมื่อผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินพิพาทที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องโจทก์ต่อสู้ว่ายังเป็นของจ. โดยการโอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลคดีจึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมชำระหนี้ของนางจินตนา โหตรภวานนท์ ผู้วายชนม์ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์และหนังสือรับสภาพหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสาม และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 47638 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของนางจินตนาผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสามในคดีนี้ ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องทั้งสามมิใช่ทรัพย์มรดกของนางจินตนาซึ่งตกทอดได้แก่ผู้ร้องทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรม

โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์ให้การว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดมิได้เป็นของผู้ร้องทั้งสามแต่เป็นทรัพย์มรดกของนางจินตนา ซึ่งตกทอดได้แก่ผู้ร้องทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรม ผู้ร้องทั้งสามได้ที่ดินมาโดยนางจินตนามารดายกให้โดยเสน่หา เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2532 ก่อนนางจินตนาถึงแก่กรรมเพียง 18 วัน อันเป็นการคบคิดกันฉ้อฉล เนื่องจากนางจินตนาไม่ต้องการให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ ทำให้โจทก์เสียเปรียบผู้ร้องทั้งสามไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ขอให้ยกคำร้องขอศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นควรวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องทั้งสามในปัญหาว่า การที่โจทก์ทราบเรื่องที่นางจินตนาโอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสามเมื่อเดือนกันยายน 2534แต่มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 หรือไม่เสียก่อน เห็นว่าแม้นายวัชรินทร์ นิลโมจน์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์ในการบังคับคดีจะเบิกความตอบทนายผู้ร้องทั้งสามถามค้านว่า พยานทราบเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2534 ว่า ที่ดินพิพาทมีชื่อผู้ร้องทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือได้ว่าโจทก์รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนการฉ้อฉลแล้วก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2535 ซึ่งเป็นการกระทำการอื่นใดอันมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดีขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล และยังอยู่ภายในกำหนดเวลา 1 ปี

นับแต่เวลาที่โจทก์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนดังกล่าว อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(5)และตราบใดที่ที่ดินพิพาทยังถูกยึดอยู่ เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงก็ยังไม่สิ้นสุด อายุความไม่เริ่มนับใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 วรรคสอง ดังนั้นเมื่อผู้ร้องทั้งสามมาร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินพิพาทที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องทั้งสาม โจทก์ต่อสู้ว่ายังเป็นของนางจินตนาโดยการโอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสามเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลคดีจึงไม่ขาดอายุความ ทั้งนับแต่วันที่ 26 มกราคม 2532ที่นางจินตนายกที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสามยังไม่พ้น 10 ปีก็ไม่ขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้ของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้