Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60696)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถาและพยานที่จำเลยผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นฎีกา นำพยานเข้าไต่สวนมาแล้วฟังได้ว่าผู้ขอมีที่ดินพร้อมอาคาร 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 195 ตารางวา อยู่ติดถนนใหญ่ลาดพร้าวมูลค่าประมาณ5,000,000 บาท โดยจำนองธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าวไว้ในวงเงิน 2,500,000 บาท และปรากฏตามหลักฐานเอกสารหมาย ร.2 ว่าหนี้ที่จำเลยมีต่อธนาคารดังกล่าว ในวันที่ 15 ธันวาคม 2529 จำนวน3,031,861.96 บาทเท่านั้น แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาตามที่จำเลยนำสืบเป็นเงินเพียง 55,000 บาท จำเลยจึงยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ จำเลยผู้ขอมิได้ยากจนจริงให้ยกคำร้องของจำเลยผู้ขอเสียและให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้จำเลยเห็นว่า จำเลยได้อ้างหลักฐานธนาคารทวงหนี้จำนวน3 ล้านบาทเศษ จำเลยก็ยังไม่มีเสียให้แก่ธนาคาร เงินเพียง 55,000 บาทจำเลยจะมีเสียได้อย่างไร ทรัพย์สินอื่นก็ติดจำนองหมด ข้อเท็จจริงอย่างนี้ย่อมฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่าจำเลยไม่ยากจนจริงและมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นการไม่ชอบ โปรดพิจารณาพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาได้หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 127)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 10835 และ 10836 แขวงสามเสนใน เขตดุสิต กรุงเทพมหานครและอาคารสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 142-144 ซอยพงษ์ศรีอินทร์ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยชำระเงิน 550,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113,111,123)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะเป็นคนยากจนไม่สามารถจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลใน 1 เดือน

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 191/2530นางชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์โจทก์นางสอางค์ ตั้งใจจำเลยนางสอางค์ ตั้งใจ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 156, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถาและพยานที่จำเลยผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นฎีกา นำพยานเข้าไต่สวนมาแล้วฟังได้ว่าผู้ขอมีที่ดินพร้อมอาคาร 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 195 ตารางวา อยู่ติดถนนใหญ่ลาดพร้าวมูลค่าประมาณ5,000,000 บาท โดยจำนองธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าวไว้ในวงเงิน 2,500,000 บาท และปรากฏตามหลักฐานเอกสารหมาย ร.2 ว่าหนี้ที่จำเลยมีต่อธนาคารดังกล่าว ในวันที่ 15 ธันวาคม 2529 จำนวน3,031,861.96 บาทเท่านั้น แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาตามที่จำเลยนำสืบเป็นเงินเพียง 55,000 บาท จำเลยจึงยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ จำเลยผู้ขอมิได้ยากจนจริงให้ยกคำร้องของจำเลยผู้ขอเสียและให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 7 วัน

นับแต่วันนี้จำเลยเห็นว่า จำเลยได้อ้างหลักฐานธนาคารทวงหนี้จำนวน3 ล้านบาทเศษ จำเลยก็ยังไม่มีเสียให้แก่ธนาคาร เงินเพียง 55,000 บาทจำเลยจะมีเสียได้อย่างไร ทรัพย์สินอื่นก็ติดจำนองหมด ข้อเท็จจริงอย่างนี้ย่อมฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่าจำเลยไม่ยากจนจริงและมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นการไม่ชอบ โปรดพิจารณาพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาได้หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 127)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 10835 และ 10836 แขวงสามเสนใน เขตดุสิต

กรุงเทพมหานครและอาคารสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 142-144 ซอยพงษ์ศรีอินทร์ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยชำระเงิน 550,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113,111,123)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะเป็นคนยากจนไม่สามารถจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลใน 1 เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้