Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไปแล้ว จำเลยมาร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขาย โดยมิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง แต่อย่างใดเพียงแต่อ้างว่าราคาที่ขายทอดตลาดต่ำกว่าความเป็นจริง ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ต้องไต่สวนก่อนได้ บทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคท้าย มิได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวนเสียก่อนมีคำสั่งทุกเรื่องไป การจะไต่สวนคำร้องหรือไม่ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาล เมื่อผู้ซื้อทรัพย์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อทอดตลาดไปแล้ว โดยที่จำเลยมิได้ขอให้ศาลงดการบังคับไว้ก่อนตามป.วิ.พ. มาตรา 292 จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์รับโอน หรือทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์ที่ประมูลซื้อทอดตลาดไว้ระหว่างอุทธรณ์ได้ ซึ่งแม้ต่อมาศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดในภายหลัง ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียหาย เพราะผู้ซื้อทรัพย์และผู้รับโอนทรัพย์ต่อมาก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์อยู่ดี.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์เป็นเงิน 8,583,368.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่นำมาจำนองเป็นประกันหนี้ออกขายทอดตลาดรวม 4 แปลง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายได้เมื่อวันที่21 มีนาคม 2533จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ว่า ราคาที่ขายได้ต่ำเกินไป ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาด ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม2533 จำเลยยื่นคำร้องฉบับที่ 2 ว่า การขายทอดตลาดไม่ชอบ โดยมีบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์นำแบบพิมพ์การขายทอดตลาดที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมาให้โจทก์ จำเลย กับผู้ซื้อ และพยานลงลายมือชื่อโดยที่ผู้นั้นไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้งดการบังคับคดีและยกเลิกกระบวนการบังคับคดี และขอให้ไต่สวนตามคำร้องของจำเลยศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า เห็นว่าวันขายทอดตลาดจำเลยไม่เคยคัดค้านว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบ แต่จำเลยยื่นคำคัดค้านว่าราคาที่ขายต่ำไป

ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โดยอ้างว่าราคาที่ขายต่ำไป เมื่อศาลสั่งยกคำร้อง จำเลยจึงมายื่นคำร้องฉบับนี้ เห็นว่า ข้ออ้างตามคำร้องนี้ จำเลยอ้างว่าการขายทอดตลาดมีบุคคลอื่นนำแบบพิมพ์การขายทอดตลาดมาให้โจทก์จำเลย ผู้ประมูลราคาสูงสุดและพยานลงชื่อโดยแบบพิมพ์การขายทอดตลาดก็ยังไม่มีการกรอกข้อความจั้น ข้ออ้างของจำเลยจึงขัดกับข้ออ้างเดิมที่เคยคัดค้านเอาไว้ว่าราคาที่ขายต่ำไป ข้ออ้างของจำเลยจึงเป็นข้ออ้างที่อ้างมาลอย ๆ เป็นข้ออ้างที่อ้างมาเพื่อประวิงการขายทอดตลาด ไม่มีเหตุที่จะไต่สวนให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2533จำเลยยื่นคำร้องฉบับที่ 3 อีกว่า

คดีอยู่ในระยะเวลาอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้ผู้ซื้อเข้าทำนิติกรรมการโอนที่ดินที่ประมูลได้ไว้จนกว่าจะครบระยะเวลาอุทธรณ์หรือศาลสูงมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนตามคำร้อง ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งสามฉบับศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องฉบับแรกของจำเลยลงวันที่ 26มีนาคม 2533 นั้น จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2533 และให้มีการขายทอดตลาดใหม่ โดยอ้างว่าราคาที่ขายทอดตลาดไปในวันดังกล่าวต่ำกว่าความเป็นจริง แต่มิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง แต่อย่างใด

ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียได้โดยไม่ต้องไต่สวนก่อน เพราะถึงจะไต่สวนต่อไปและได้ความตามคำร้อง ศาลก็จะสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดที่ได้กระทำไปแล้วโดยชอบไม่ได้ ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "การขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาด ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ" โดยมิได้ทำการไต่สวนเสียก่อนนั้น จึงชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว ส่วนปัญหาที่ว่าราคาขายทอดตลาดต่ำไปหรือไม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบังคับคดีว่าฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอย่างใด จึงไม่จำต้องยกขึ้นวินิจฉัยส่วนคำร้องฉบับที่ 2 ของจำเลยลงวันที่ 27 มีนาคม 2533ที่อ้างว่า มีบุคคลภายนอกนำเอาแบบพิมพ์ของศาลเกี่ยวกับบันทึกการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมาให้โจทก์

จำเลยผู้ประมูลราคาสูงสุดและพยานลงชื่อ โดยบุคคลนั้นไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและไม่มีเหตุสมควร เป็นการไม่เคารพอำนาจศาล จำเลยจึงถือว่าการขายทอดตลาดในวันที่ 21 มีนาคม 2533 เป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้กระทำเองทั้งหมดขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีและยกเลิกกระบวนการบังคับคดีและศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า วันขายทอดตลาดจำเลยไม่เคยคัดค้านว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบ แต่จำเลยยื่นคำคัดค้านว่าราคาที่ขายต่ำไป ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าราคาที่ขายต่ำไป เมื่อศาลสั่งยกคำร้อง จำเลยจึงมายื่นคำร้องฉบับนี้เห็นว่าข้ออ้างตามคำร้องนี้ จำเลยอ้างว่าการขายทอดตลาดมีบุคคลอื่นนำแบบพิมพ์การขายทอดตลาดมาให้โจทก์ จำเลย ผู้ประมูลราคาสูงสุดและพยานลงชื่อ โดยแบบพิมพ์การขายทอดตลาดก็ยังไม่มีการกรอกข้อความนั้น ข้ออ้างของจำเลยจึงขัดกับข้ออ้างเดิมที่เคยคัดค้านเอาไว้ว่าราคาที่ขายต่ำไป ข้ออ้างของจำเลยจึงเป็นข้ออ้างที่อ้างมาอย่างลอย ๆเป็นข้ออ้างที่อ้างมาเพื่อประวิงการขายทอดตลาดไม่มีเหตุที่จะไต่สวนให้ยกคำร้อง

ค่าคำร้องเป็นพับ" โดยศาลชั้นต้นมิได้ไต่สวนก่อนนั้นเห็นว่า เป็นกรณีที่จำเลยอ้างว่าการบังคับคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคท้าย บัญญัติว่า เมื่อได้ยื่นคำขอดั่งที่กล่าวมาและศาลได้ไต่สวนตามที่เห็นสมควรแล้วให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้นเสีย บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวนเสียก่อนมีคำสั่งทุกเรื่องไป การจะไต่สวนคำร้องหรือไม่ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลว่ามีเหตุสมควรที่จะไต่สวนหรือไม่ เมื่อศาลเห็นว่าข้ออ้างของจำเลยขัดต่อเหตุผลถึงจะให้ไต่สวนต่อไปก็ไม่มีประโยชน์และคำร้องของจำเลยพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลย่อมมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยไปโดยไม่ต้องไต่สวนก่อนได้

คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้วคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่สั่งยกคำร้อง ฉบับที่ 3 ของจำเลยลงวันที่ 3 เมษายน 2533 นั้น ชอบด้วยวิธีพิจารณาหรือไม่ คำร้องฉบับนี้จำเลยขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนหนังสือที่อนุญาตให้นายเจริญเศรษฐปิยานนท์ ผู้ซื้อทรัพย์รับโอนหรือทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ประมูลซื้อทอดตลาดได้ไว้ก่อน โดยอ้างเหตุว่าคดียังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์และจำเลยกำลังทำอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่และศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของจำเลยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนตามคำร้อง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ" ปัญหาข้อนี้เห็นว่า ปรากฏในคำร้องของจำเลยเองว่า ขณะที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับนี้ นายเจริญ เศรษฐปิยานนท์ ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อทอดตลาดได้ไปเรียบร้อยแล้วโดยจำเลยมิได้ขอให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 เสียก่อนหน้านี้ ประกอบกับไม่มีเหตุที่ส่อให้เห็นว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบประการใด และแม้อาจจะมีการเพิกถอนการขายทอดตลาดในภายหลัง ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียหาย เพราะผู้ซื้อทรัพย์และผู้รับโอนทรัพย์ต่อมาก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์อยู่ดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้เพิกถอนหนังสือที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์รับโอนหรือทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์ที่ซื้อได้ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องฉบับนี้ของจำเลยมาโดยไม่ไต่สวนก่อนนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ก้าน อันนานนท์ · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2563

ที่ตั้งจริงของทรัพย์อยู่ห่างจากที่ตั้งของทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และมีเนื้อที่เพียง 18 ไร่เศษ ทั้งเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้