Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60646)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี เนื่องจากจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและในฐานะทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสได้แสดงเจตนาจะขายที่ดินจำนวน 6 แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 6 จะขายที่ดินดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ เพราะกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวย่อมโอนไปยังบุคคลภายนอก หากโจทก์ชนะคดีก็ไม่สามารถบังคับคดีเอาจากจำเลยที่ 6 ได้ อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254,255 โปรดไต่สวนและมีคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าวไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา ห้ามมิให้รับจดทะเบียนในการทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว และห้ามจำเลยที่ 6 นำเอาที่ดินดังกล่าวไปกระทำนิติกรรม ไม่ว่าโดยการขาย จำหน่ายจ่ายโอน จำนอง ให้กับบุคคลอื่นจนกว่าศาลฎีกาจะได้พิพากษาหมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 2,806,117.90 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,390,111บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 235,200 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 760,345 บาทให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,066,259 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 4ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 223,620 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 77,175 บาท ทั้งนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวมาแล้วตามลำดับ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 และจำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาและยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 456,466)ศาลฎีกาสั่งว่า ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์เป็นการด่วนแล้วส่งศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป(อันดับ 474 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานโจทก์ตามคำสั่งศาลฎีกาแล้ว มีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนสรรพเอกสารไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็ว (อันดับ 479)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของโจทก์และในโอกาสที่โจทก์ยื่นคำขอแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควรและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอมาใช้ เนื่องจากได้ความตามทางไต่สวนจากพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 6ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสตั้งใจจะโอน ขาย หรือจำหน่ายที่ดินทั้งหกแปลงตามคำขอของโจทก์ให้แก่ผู้อื่นเพื่อให้พ้นจากอำนาจศาล เพื่อขัดขวางต่อการบังคับซึ่งอาจจะบังคับเอาแก่จำเลยที่ 6 ได้ ปรากฏตามหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราถึงอธิบดีกรมตำรวจ แจ้งว่าจำเลยที่ 6ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสประสงค์จะขายที่ดินดังกล่าวเพื่อรวบรวมเงินแบ่งแก่ทายาท(เอกสารหมาย จ.4) เป็นดังนี้ กรณีมีเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ประกอบด้วยมาตรา 267เห็นสมควรมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 6 ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส ทำการโอน ขาย หรือจำหน่ายที่ดินดังกล่าวทั้งหกแปลง แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบโดยด่วน

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 139/2530กรมตำรวจโจทก์ร้อยตำรวจโทปัญญา ภาณุโสภณ กับพวกจำเลยกรมตำรวจ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 254, ม. 267ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี เนื่องจากจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและในฐานะทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสได้แสดงเจตนาจะขายที่ดินจำนวน 6 แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 6 จะขายที่ดินดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ เพราะกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวย่อมโอนไปยังบุคคลภายนอก หากโจทก์ชนะคดีก็ไม่สามารถบังคับคดีเอาจากจำเลยที่ 6 ได้ อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254,255 โปรดไต่สวนและมีคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าวไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา ห้ามมิให้รับจดทะเบียนในการทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว และห้ามจำเลยที่ 6 นำเอาที่ดินดังกล่าวไปกระทำนิติกรรม

ไม่ว่าโดยการขาย จำหน่ายจ่ายโอน จำนอง ให้กับบุคคลอื่นจนกว่าศาลฎีกาจะได้พิพากษาหมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 2,806,117.90 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,390,111บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 235,200 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 760,345 บาทให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,066,259 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 4ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 223,620 บาท ให้จำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส กับจำเลยที่ 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 77,175 บาท

ทั้งนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวมาแล้วตามลำดับ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 และจำเลยที่ 6 ถึงที่ 11 ในฐานะทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาและยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 456,466)ศาลฎีกาสั่งว่า ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์เป็นการด่วนแล้วส่งศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป(อันดับ 474 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานโจทก์ตามคำสั่งศาลฎีกาแล้ว มีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนสรรพเอกสารไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็ว (อันดับ 479)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของโจทก์และในโอกาสที่โจทก์ยื่นคำขอแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควรและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอมาใช้

เนื่องจากได้ความตามทางไต่สวนจากพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 6ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสตั้งใจจะโอน ขาย หรือจำหน่ายที่ดินทั้งหกแปลงตามคำขอของโจทก์ให้แก่ผู้อื่นเพื่อให้พ้นจากอำนาจศาล เพื่อขัดขวางต่อการบังคับซึ่งอาจจะบังคับเอาแก่จำเลยที่ 6 ได้ ปรากฏตามหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราถึงอธิบดีกรมตำรวจ แจ้งว่าจำเลยที่ 6ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัสประสงค์จะขายที่ดินดังกล่าวเพื่อรวบรวมเงินแบ่งแก่ทายาท(เอกสารหมาย จ.4) เป็นดังนี้ กรณีมีเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ประกอบด้วยมาตรา 267เห็นสมควรมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 6 ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของพันตำรวจเอกสุชาติภาณุจรัส ทำการโอน ขาย หรือจำหน่ายที่ดินดังกล่าวทั้งหกแปลง แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบโดยด่วน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้