Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 606327)

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมควบคุมมลพิษซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการโครงการออกแบบก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวหาว่าร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑, ๑๕๗ กรมควบคุมมลพิษ ผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายส่วนแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ว่า เป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นว่า คดีนี้มีมูลเหตุมาจากการกล่าวอ้างว่า โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียมีการทุจริตจนนำไปสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. และมีมติชี้มูลความผิดของจำเลยทั้งสามกับส่งเรื่องให้ผู้เสียหายออกคำสั่งเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายทางละเมิด และส่งเรื่องให้พนัก

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมควบคุมมลพิษซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการโครงการออกแบบก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวหาว่าร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑, ๑๕๗ กรมควบคุมมลพิษ ผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายส่วนแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ว่า เป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นว่า คดีนี้มีมูลเหตุมาจากการกล่าวอ้างว่า โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียมีการทุจริตจนนำไปสู่การไต่สวนของ

ป.ป.ช. และมีมติชี้มูลความผิดของจำเลยทั้งสามกับส่งเรื่องให้ผู้เสียหายออกคำสั่งเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายทางละเมิด และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหายใช้สำนวนของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสามแล้วออกคำสั่งที่ ๑๑๗/๒๕๕๗ ให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนของแต่ละคน และศาลอาญาก็ใช้สำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาคดีเป็นหลักเช่นเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๘/๑ จนกระทั่งมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสาม ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสามถูกฟ้องเป็นคดีอาญาก็ดี การที่ผู้เสียหายออกคำสั่งเรียกให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายก็ดี

ล้วนแล้วมาจากการกระทำเดียวกันทั้งสิ้น มูลความและกระบวนการต่าง ๆ แห่งคดีนี้ จึงเป็นเรื่องมาตรการการปราบปรามการทุจริตซึ่งเป็นการกระทำความผิดทางอาญาเป็นหลัก มิใช่เป็นเรื่องเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง อันจะเป็นการทำละเมิดทางปกครองซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีอาญา และผู้เสียหายยื่นคำร้องว่ามีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดอาญาของจำเลยทั้งสาม ข้ออ้างตามคำร้องที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงเป็นเรื่องของการกระทำความผิดอาญาต้องยื่นต่อศาลที่จะพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ซึ่งในการพิพากษาส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามมาตรา ๔๖ กรณีจึงเป็นการที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้