Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60607)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วได้ความว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการค้าที่ดิน โจทก์ค้างชำระภาษีอากรจึงถูกกรมสรรพากรมีคำสั่งอายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด และข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนได้ความว่า โจทก์มีทุนจดทะเบียน10,000,000 บาทตามเอกสาร ร.1 โจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1064 ตำบลบางซื่อฝั่งเหนือ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถว 4 ห้อง เลขที่ 1032/146-149 แขวงลาดยาวเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้กับบริษัทอิทธิชัย จำกัดในราคา 4,000,000 บาท ผู้จะซื้อชำระในวันทำสัญญา เมื่อวันที่14 มีนาคม 2523 จำนวน 500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 3,500,000 บาทผู้จะซื้อจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปีตามเอกสาร ล.8 และโจทก์ยังก่อสร้างอาคารประมาณ 134 คูหา เพื่อจำหน่ายแต่ยังจำหน่ายไม่หมด ตามเอกสาร ล.5 จึงแสดงว่าโจทก์ยังมีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมากแม้โจทก์จะค้างชำระค่าภาษีต่อกรมสรรพากรแต่ก็ไม่ปรากฏจำนวนหนี้ที่แท้จริงว่ามากกว่าหลักทรัพย์ที่ถูกอายัดหรือไม่ทั้งสินทรัพย์ของบริษัทจะต้องแสดงไว้ในบัญชีงบดุล โจทก์ก็มิได้นำมาแสดงต่อศาลเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าทุนจดทะเบียนของโจทก์จำนวน 10,000,000 บาทนั้น มีเหลืออยู่เท่าใด และไม่ปรากฏจากข้อนำสืบของโจทก์ว่า บริษัทโจทก์ประกอบกิจการขาดทุน ทั้งค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาก็เป็นจำนวนเงินเพียงเรือนหมื่นเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์เป็นบุคคลยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาได้ มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ และกำหนดให้โจทก์นำค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระต่อศาลภายใน 15 วันโจทก์เห็นว่า โจทก์ตกเป็นคนยากจนลงภายหลัง และโจทก์ได้นำสืบเหตุผลแจ้งชัดแล้วว่า เหตุที่โจทก์ตกเป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้ยึดและอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งหมดไว้ โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีนี้ได้ที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์เอาจากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงเห็นได้ชัดว่า เหตุดังกล่าวในอดีตเหล่านั้น ไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะความยากจนในปัจจุบันได้โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 67 แผ่นที่ 5)โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ถึง 4 ของจำเลยที่ 1 เสียทั้งสิ้น หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 5เสียทั้งสิ้น หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา และห้ามจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนสำหรับตึกแถว 5 ชั้น เลขที่ 1032/146-149ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตบางเขน จากโจทก์ ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57,56,65)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาชอบแล้วให้ยกคำร้องฎีกาคำสั่งของโจทก์ หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วันนับแต่วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 14/2530บริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัดโจทก์นายเดชา ศิริรัตน์ กับพวกจำเลยบริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156, ม. 157ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วได้ความว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการค้าที่ดิน โจทก์ค้างชำระภาษีอากรจึงถูกกรมสรรพากรมีคำสั่งอายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด และข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนได้ความว่า โจทก์มีทุนจดทะเบียน10,000,000 บาทตามเอกสาร ร.1 โจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1064 ตำบลบางซื่อฝั่งเหนือ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถว 4 ห้อง เลขที่ 1032/146-149 แขวงลาดยาวเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้กับบริษัทอิทธิชัย จำกัดในราคา 4,000,000 บาท ผู้จะซื้อชำระในวันทำสัญญา เมื่อวันที่14 มีนาคม 2523 จำนวน 500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 3,500,000 บาทผู้จะซื้อจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปีตามเอกสาร

ล.8 และโจทก์ยังก่อสร้างอาคารประมาณ 134 คูหา เพื่อจำหน่ายแต่ยังจำหน่ายไม่หมด ตามเอกสาร ล.5 จึงแสดงว่าโจทก์ยังมีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมากแม้โจทก์จะค้างชำระค่าภาษีต่อกรมสรรพากรแต่ก็ไม่ปรากฏจำนวนหนี้ที่แท้จริงว่ามากกว่าหลักทรัพย์ที่ถูกอายัดหรือไม่ทั้งสินทรัพย์ของบริษัทจะต้องแสดงไว้ในบัญชีงบดุล โจทก์ก็มิได้นำมาแสดงต่อศาลเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าทุนจดทะเบียนของโจทก์จำนวน 10,000,000 บาทนั้น มีเหลืออยู่เท่าใด และไม่ปรากฏจากข้อนำสืบของโจทก์ว่า บริษัทโจทก์ประกอบกิจการขาดทุน ทั้งค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาก็เป็นจำนวนเงินเพียงเรือนหมื่นเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์เป็นบุคคลยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาได้

มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ และกำหนดให้โจทก์นำค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระต่อศาลภายใน 15 วันโจทก์เห็นว่า โจทก์ตกเป็นคนยากจนลงภายหลัง และโจทก์ได้นำสืบเหตุผลแจ้งชัดแล้วว่า เหตุที่โจทก์ตกเป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้ยึดและอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งหมดไว้ โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีนี้ได้ที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์เอาจากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงเห็นได้ชัดว่า เหตุดังกล่าวในอดีตเหล่านั้น ไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะความยากจนในปัจจุบันได้โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 67 แผ่นที่ 5)โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ถึง 4 ของจำเลยที่ 1 เสียทั้งสิ้น หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 5เสียทั้งสิ้น หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา และห้ามจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนสำหรับตึกแถว 5 ชั้น เลขที่ 1032/146-149ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตบางเขน จากโจทก์ ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57,56,65)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

เห็นว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาชอบแล้วให้ยกคำร้องฎีกาคำสั่งของโจทก์ หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วันนับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้