Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลี้ยวรถโดยไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่าไม่เห็นรถคันที่จำเลยขับให้สัญญาณเลี้ยว จำเลยเบิกความว่าขณะเลี้ยวจำเลยได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เมื่อจะเลี้ยวรถจะต้องให้สัญญาณแตรเสียก่อนจึงฟังว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยวรถ ทั้งๆ ที่พยานโจทก์มิได้เบิกความถึงเรื่องสัญญาณแตร และจำเลยก็มิได้เบิกความรับเช่นนั้น ดังนี้ ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 174 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 มาตรา 7 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 มาตรา 13

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์เก๋งเลี้ยวซ้ายด้วยความประมาทโดยไม่ให้สัญญาณเลี้ยว ตัดหน้ารถยนต์ประจำทางเฉี่ยวขอบไฟหน้ารถของรถประจำทางได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

จำเลยให้การ (ที่ถูกน่าจะเป็นเบิกความ) ว่า ขณะเลี้ยวได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแล้ว แต่พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2477 มาตรา 13, 32 และ 33 มีใจความว่า เมื่อจะเลี้ยวรถหรือผ่านรถประจำทางที่จอดอยู่ ต้องให้สัญญาณแตรเสียก่อน ในระยะที่ผู้ใช้ทางในที่นั้นจะมีเวลาตามสมควรที่จะแลเห็นหรือได้ยินสัญญาณนั้นล่วงหน้าได้ เหตุนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้ฝ่าฝืนกฎหมายโดยเลี้ยวรถไม่ให้สัญญาณแตรเสียก่อน แม้ฟังว่าจำเลยได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแต่คนขับรถเมล์นั่งสูงกว่ารถยนต์ย่อมมองไม่เห็นไฟเลี้ยวของรถจำเลยได้ถนัด ถือว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณให้ผู้ขับรถเมล์ได้มีเวลาพอสมควรที่จะแลเห็นล่วงหน้า พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 32, 66; (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508มาตรา 7, 13 ให้ปรับจำเลย 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทโดยไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยวไม่หมายถึงประมาทอย่างอื่น เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยประมาทอย่างอื่นไม่ตรงกับฟ้องก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยว เป็นการวินิจฉัยคดีผิดจากฟ้องและคำพยานโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณเลี้ยวซ้ายได้ความจากคำเบิกความของนายปิ๋วคนขับรถเมล์ซึ่งเป็นประจักษ์พยานโจทก์ปากเดียวว่า นายปิ๋วไม่เห็นรถคันที่จำเลยขับให้สัญญาณไฟเลี้ยวคำเบิกความของนายปิ๋วดังกล่าว นอกจากจะเป็นคำเบิกความที่ไม่ยืนยันว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณเลี้ยวรถแล้ว ยังเป็นคำเบิกความที่เห็นได้อยู่ในตัวว่านายปิ๋วไม่ได้เบิกความถึงการให้สัญญาณเสียงแตรอีกด้วย ทั้งจำเลยก็มิได้เบิกความรับว่าไม่ได้ให้สัญญาณแตร ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีนี้ว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยวรถ จำเลยย่อมมีความผิดตามฟ้อง จึงเป็นคำวินิจฉัยนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวน จะลงโทษจำเลยเพราะเหตุนี้ไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ดวง ดีวาจิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2519

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนเฉี่ยวรถที่ บ. ขับมาได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29,66 ตามที่แก้ไข ดังนี้ ด. เจ้าของรถคันที่ถูกชนไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2522

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาจะให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับชนกับรถโดยสารประจำทางซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่า เมื่อรถโดยสารแล่นสวนทางมาในระยะใกล้ หากจำเลยได้หยุดและหักรถหลบเข้ามาทางซ้าย ผู้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2517

ผู้ขับรถเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น แม้จะหยุดกระทำการช่วยเหลือตามสมควรแล้วและมิได้จงใจหลบหนี แต่ละเลยไม่ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ผู้ขับรถนั้นย่อมม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2506

ผู้ที่ขับรถยนต์หลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวากินทางของฝ่ายรถที่สวนมาข้างหน้านั้น ตามวิสัยจะต้องเป็นฝ่ายใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ มิฉะนั้นอาจถือว่าเป็นการเสี่ยงภัยของตนเองได้ จำเลยขับรถบรรทุกหลีกรถที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7826/2560

บ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าที่ขนำที่เกิดเหตุมักจะมีวัยรุ่นมั่วสุมต้มและเสพน้ำต้มพืชกระท่อมเป็นประจำ บ. กับพวกรวม 6 คน จึงนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ พบจำเลยนั่งอยู่ปลายเตียงกำลังต้มใบพืชกระท่อมจึงได้ทำกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้