Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60592)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นยุติแล้วว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 343 ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นความผิดตามมาตรา 341 ด้วยฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ว่า กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งมิใช่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงเพราะเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ที่ 4 ตลอดจนนายมณฑล พรหมสุวรรณ กับพวกไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาที่ได้รับรองไว้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง และปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 4 จะปรับเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือมาตรา 343 ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 4เห็นว่าหากศาลจะฟังว่าจำเลยที่ 1 ที่ 4 มีความผิด จำเลยก็ควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เท่านั้น ฎีกาของจำเลยจึงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 188)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,28 ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คนละ 5 ปี สำหรับจำเลยที่ 4ซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ปรับ 10,000 บาท ลงโทษฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาต ปรับจำเลยทั้งสี่คนละ 1,000 บาท ฯลฯ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,997,400 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวน1,985,400 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 4 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 171,173 แผ่นที่ 2,176 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,985,400 บาทแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เท่ากับศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, ที่ 4 ตามฟ้องเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 มิใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งส่วนที่ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มิได้เป็นความผิดตามมาตรา 343 จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343ฎีกาของจำเลยที่ 1, ที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำสั่ง ให้ยกคำร้องฎีกาจำเลยที่ 1,ที่ 4

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1762/2529พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายอภิชาติ กุลบูลย์ กับพวกจำเลยนายอภิชาติ กุลบูลย์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องบริษัทสยามเอเจนซีแรพพอทโปรดักชั่น จำกัด ที่ 4 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นยุติแล้วว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 343 ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นความผิดตามมาตรา 341 ด้วยฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ว่า กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งมิใช่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงเพราะเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ที่ 4 ตลอดจนนายมณฑล พรหมสุวรรณ กับพวกไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาที่ได้รับรองไว้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง และปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 4 จะปรับเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือมาตรา 343 ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 4เห็นว่าหากศาลจะฟังว่าจำเลยที่ 1 ที่ 4 มีความผิด

จำเลยก็ควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เท่านั้น ฎีกาของจำเลยจึงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 188)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,28 ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คนละ 5 ปี สำหรับจำเลยที่ 4ซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ปรับ 10,000 บาท ลงโทษฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาต ปรับจำเลยทั้งสี่คนละ 1,000 บาท ฯลฯ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,997,400 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวน1,985,400 บาท แก่ผู้เสียหาย

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 4 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 171,173 แผ่นที่ 2,176 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 ที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,985,400 บาทแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เท่ากับศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, ที่ 4 ตามฟ้องเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 มิใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งส่วนที่ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มิได้เป็นความผิดตามมาตรา 343 จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343ฎีกาของจำเลยที่ 1, ที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำสั่ง ให้ยกคำร้องฎีกาจำเลยที่ 1,ที่ 4

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้