Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6058/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติของมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มีความหมายชัดแจ้งอยู่แล้วว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้แล้ว ต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายสถานเดียว จะกลับไปนำมาตรา 14 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้มิได้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวต้องใช้บังคับแก่กรณีที่ยังไม่ได้ มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคดีสืบเนื่องมาจาก

คำฟ้องและคำให้การ

ตามบทบัญญัติของมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มีความหมายชัดแจ้งอยู่แล้วว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้แล้ว ต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายสถานเดียว จะกลับไปนำมาตรา 14 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้มิได้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวต้องใช้บังคับแก่กรณีที่ยังไม่ได้ มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 คดีถึงที่สุด วันที่ 27 มกราคม 2540 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า คดีนี้มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รวม 8 ราย เป็นจำนวนเงิน 3,797,764.77 บาท และจำเลยได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2539เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของจำเลย ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแล้วลงมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลย

ขอให้พิจารณาคำขอประนอมหนี้ของจำเลยดังกล่าวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้ตามรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาวันที่ 26พฤษภาคม 2540 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำขอประนอมหนี้ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายและพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ต่อไปศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าควรให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขคำขอประนอมหนี้ต่อไปภายในกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด วันที่ 22 สิงหาคม 2540 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายและพิพากษาให้จำเลยล้มละลายต่อไป ตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกเลิกการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายและนัดฟังคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยและรายงานการประนอมหนี้ได้ความว่าจำเลยเป็นข้าราชการมีเงินเดือนเดือนละ 20,540 บาทคดียังไม่มีเหตุที่จะพิพากษาให้จำเลยล้มละลายพิพากษายกฟ้องโจทก์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษากลับ ให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483จำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้แล้วจะมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้หรือไม่ พระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 60 บัญญัติว่า "ถ้าลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ก็ดี หรือปรากฏแก่ศาลโดยมีพยานหลักฐานว่าการประนอมหนี้ไม่อาจดำเนินไปได้โดยปราศจากอยุติธรรมหรือจะเป็นการเนิ่นช้าเกินสมควรก็ดีเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงาน หรือเจ้าหนี้คนใดมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย" เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวมีความหมายชัดแจ้งอยู่แล้วว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้แล้ว ต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายสถานเดียวจะกลับไปใช้มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483มาใช้บังคับแก่กรณีนี้มิได้ เพราะบทบัญญัติดังกล่าวต้องใช้บังคับแก่กรณีที่ยังไม่ได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้แล้ว ศาลจึงต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · พิชัย เตโชพิทยากูล · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้