Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6052/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้เป็นการยึดรถยนต์พิพาทเพราะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายยาเสพติดมาชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาท มิใช่การนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิด หรือใช้รถยนต์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ผู้คัดค้านที่ 3 ผู้ให้เช่าซื้อจึงมิอาจอ้างว่าสัญญาเลิกกันตามสัญญาข้อ 6 ที่กำหนดให้สัญญาสิ้นสุดลงในกรณีนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิดหรือใช้รถยนต์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของทรัพย์สินรายการ ที่ 3 ถึงที่ 6 และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นเจ้าของทรัพย์สินรายการที่ 1 และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตามที่ระบุในบัญชีทรัพย์สินลำดับที่ 2 รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน กทธ 897 อุตรดิตถ์ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายชัยณรงค์ ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 ซึ่งเป็นประเด็นพิพาทในชั้นฎีกาคือสิทธิที่ผู้เช่าซื้อมีตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กง 1254 พิษณุโลก คดีเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงเป็นข้อแรกว่า นายชัยณรงค์รับโอนสิทธิในฐานะผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมาจากนางสาววารินทร์หรือไม่ ผู้ร้องมีพันตำรวจโทนครินทร์ เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน 7 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาเบิกความว่า เมื่อนายชัยณรงค์ถูกจับกุมแล้ว นายชัยณรงค์ให้การรับสารภาพว่านำเงินกำไรที่ได้จากการขายยาเสพติดไปซื้อผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งตามคำให้การในชั้นสอบสวนของนายชัยณรงค์

มีรายละเอียดว่านายชัยณรงค์ซื้อรถยนต์คันนี้ในราคา 280,000 บาท ชำระเงินดาวน์ 38,000 บาท โดยซื้อดาวน์ต่อจากนางสาววารินทร์ คนรู้จักกัน จากนั้นนายชัยณรงค์ผ่อนชำระเงินค่าเช่าซื้องวดละ 10,000 บาทเศษ ให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อประมาณ 10 งวด ไม่ทราบว่าค้างชำระอยู่อีกเท่าใด เงินที่นำมาเช่าซื้อรถยนต์และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ นายชัยณรงค์ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดทั้งหมด ผู้คัดค้านที่ 3 มีนายภักดี ผู้รับมอบอำนาจช่วงมาเบิกความว่า ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นบริษัทจำกัด เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กง 1254 พิษณุโลก ตามใบคู่มือจดทะเบียน ได้ให้นางสาววารินทร์ เช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวตามสัญญาเช่าซื้อ และใบคู่มือการจดทะเบียน

เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อ ข้อ 6 กล่าวถึงการนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิด หรือใช้รถยนต์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ฯลฯ หรือใช้รถยนต์โดยประการอื่นเป็นเหตุให้ถูกริบ ยึด อายัด ฯลฯ ให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง แต่กรณีนี้เป็นการยึดรถยนต์พิพาทเพราะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายยาเสพติดมาชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาท มิใช่การนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิด หรือใช้รถยนต์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ผู้คัดค้านที่ 3 จึงมิอาจอ้างว่าสัญญาเลิกกันตามสัญญาข้อ 6 ได้ แม้มีการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดวันที่ 18 มกราคม 2547 เป็นต้นมา สัญญาเช่าซื้อ อาจสิ้นสุดลงได้ตามสัญญาข้อ 10.1 คือ ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวด

ติดต่อกัน ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินค้างชำระภายใน 30 วัน เสียก่อน หากครบกำหนดแล้วผู้เช่าซื้อยังคงไม่ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงทันที แต่ผู้คัดค้านที่ 3 มิได้นำสืบว่าได้ดำเนินการมีหนังสือทวงถามไปยังนางสาววารินทร์แล้ว กรณีถือไม่ได้ว่าสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงทันที นางสาววารินทร์จึงยังคงทรงสิทธิเป็นผู้เช่าซื้อตามสัญญาอยู่ต่อไป โดยมีหนี้ตามสัญญาที่จะต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรายงวดให้ผู้คัดค้านที่ 3 จนกว่าจะครบถ้วน ข้อเท็จจริงที่ว่านายชัยณรงค์รับโอนสิทธิในฐานะผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมาจากนางสาววารินทร์ โดยนายชัยณรงค์ชดใช้เงินดาวน์ให้แก่นางสาววารินทร์และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรายงวดงวดละประมาณ 10,000 บาทเศษ ให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3 เรื่อยมานั้น เป็นการกล่าวอ้างของนายชัยณรงค์ตามคำให้การในชั้นสอบสวนแต่ฝ่ายเดียว และข้ออ้างดังกล่าวก็ขัดกับที่ผู้คัดค้านที่ 2 ให้การในชั้นสอบสวน กับที่เบิกความตอบผู้ร้องถามค้านว่า

ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรายงวดงวดละ 8,700 บาท แทนนายชัยณรงค์ และผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มีหลักฐานการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อมายืนยัน ในขณะที่ใบกำกับภาษีที่ผู้คัดค้านที่ 3 อ้างส่งระบุว่าผู้คัดค้านที่ 3 ได้รับเงินค่างวดจากนางสาววารินทร์ แม้นางสาววารินทร์ไม่เข้ามาเป็นผู้คัดค้านในคดีก็เป็นเพราะว่ารถยนต์พิพาทไม่ได้ถูกยึดขณะอยู่ในความครอบครองของนางสาววารินทร์ จะฟังว่านางสาววารินทร์รู้เห็นยินยอมให้รถยนต์พิพาทถูกยึดเพราะตนยินยอมให้เป็นสิทธิแก่นายชัยณรงค์แล้วหาได้ไม่ เพียงการนำข้อเท็จจริงจากคำให้การชั้นสอบสวนของนายชัยณรงค์ยังไม่พอฟังว่านางสาววารินทร์โอนสิทธิในฐานะผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมาเป็นของนายชัยณรงค์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงฟังไม่ได้ว่านายชัยณรงค์ได้สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทมาแล้วอันจะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่นายชัยณรงค์ได้มาจากการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของผู้ร้อง เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องในส่วนนี้ของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธนสิทธิ์ นิลกำแหง · ศุภชัย สมเจริญ · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิทยา จันทร์ชื่น
ศาลอุทธรณ์ - นายน้ำเพชร ปานะถึก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ปค.44/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ฟ58/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ฟ56/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 697518)

การยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของบุคคลตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อันเป็นกฎหมายที่กำหนดทั้งความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินซึ่งมีโทษทั้งอาญาและมาตรการทางแพ่งใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2563

การร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นมาตรการทางแพ่ง และมติของคณะกรรมการธุรกรรมที่เชื่อว่าทรัพย์สินตามที่ตรว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 681867)

เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำความผิดมูลฐานเกิดขึ้นไม่ว่าจะจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ หรือผู้กระทำความผิดจะถูกลงโทษหรือไม่ แต่มีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2317/2563

ห. ยังชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาทไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังเป็นของผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 1 พิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ารถยนต์ที่ผู้คัดค้านที่ 1 ซื้อมาเพื่อให้เช่าซื้อมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2563

ผู้คัดค้านที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากผู้คัดค้านที่ 2 โดยนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาชำระเงินดาวน์และค่างวดเช่าซื้อ แต่ผู้คัดค้านที่ 1 จะได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์เมื่อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้