Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60511)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีอาชีพเลี้ยงกุ้งในที่ดิน 70 ไร่เศษ มีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งประมาณเดือนละ 3,000 บาทถึง 5,000 บาท นอกจากนี้จำเลยยังมีรายได้จากค่าเช่าที่ดินส่วนที่เหลืออีก 4 แปลง แปลงละ 3,000 บาทต่อปี จำเลยจึงเป็นผู้มีฐานะพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฟ้องฎีกาได้ และอีกประการหนึ่งเมื่อพิจารณาฟ้องฎีกาแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยเสีย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางภายใน 15 วัน ฯลฯ จำเลยเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นหยิบยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งเดือนละ 3,000-4,000 บาท และยังมีค่าเช่าที่ดินส่วนที่เหลืออีก 4 แปลง แปลงละ 3,000 บาทต่อปีนั้น ยังคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง โดยจำเลยได้นำสืบไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งเท่านั้น ปัจจุบันมีปัญหาไม่ได้ผลดี รายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย ประกอบกับเวลาจับกุ้งมีเพียง 7-8 เดือนในหนึ่งปีเท่านั้นมิได้มีรายได้ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ประกอบกับจำเลยเจ็บป่วยต้องยืมเงินผู้อื่นมารักษาตัว ยังไม่ได้ชำระเป็นจำนวนถึง90,000 บาททั้งยังต้องส่งเสียเลี้ยงดูบุตรอีกด้วย ฉะนั้นคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นจึงไม่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงน่าจะฟังว่าปัจจุบันจำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดพอที่จะนำมาเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาได้ ส่วนประเด็นที่ว่าฟ้องฎีกาของจำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกานั้น จำเลยเห็นว่าคดีของจำเลยมีมูลพอที่ศาลฎีกาจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา หมายเหตุ โจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 341) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามฟ้อง พร้อมกับรื้อถอนโรงเรือนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปด้วยห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินตามฟ้องต่อไปและให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ดินที่ค้างชำระพร้อมด้วยค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 98,720 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายปีละ 24,680 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ พร้อมทั้งรื้อถอนโรงเรือนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจนหมดสิ้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 296,294) ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 329) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 331) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนได้ความว่าจำเลยมีที่ดินพิพาทกับโจทก์อยู่ถึง 492 ไร่ แบ่งเป็น 6 แปลงแต่ละแปลงมีเนื้อที่ 70 ไร่เศษ จำเลยทำกินเอง 2 แปลง แบ่งให้ผู้อื่นเช่า 4 แปลง ที่ที่ทำกินเองจำเลยทำเป็นวังกุ้ง มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วเดือนละ 3,000 บาทเศษและยังมีรายได้จากการให้เช่าที่ดินดังกล่าวอีกปีละ 3,000 บาทต่อแปลง แม้รายได้ในส่วนหลัง จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้ค่าเช่าเพราะผู้เช่าอ้างว่าอยู่ระหว่างเป็นความแต่ในชั้นไต่สวนขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยกลับหาได้กล่าวอ้างความข้อนี้ไม่ ส่วนข้ออ้างที่ว่าจำเลยมีภาระต้องส่งเสียเลี้ยงดูบุตรและต้องใช้หนี้ผู้มีชื่อนั้น รายได้ของจำเลยดังกล่าวย่อมพอเพียงต่อการใช้จ่ายและใช้หนี้อยู่แล้ว ดังนั้น สำหรับค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา จึงเชื่อว่าจำเลยมีความสามารถชำระได้จำเลยจึงไม่ใช่คนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลตามที่อ้าง เป็นดังนี้จึงไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถายกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะฎีกาก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางศาลชั้นต้น ในกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1652/2529นายเตรียม เลาหมนตรีโจทก์นายบรรจง วัยทรงจำเลยนายบรรจง วัยทรง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีอาชีพเลี้ยงกุ้งในที่ดิน 70 ไร่เศษ มีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งประมาณเดือนละ 3,000 บาทถึง 5,000 บาท นอกจากนี้จำเลยยังมีรายได้จากค่าเช่าที่ดินส่วนที่เหลืออีก 4 แปลง แปลงละ 3,000 บาทต่อปี จำเลยจึงเป็นผู้มีฐานะพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฟ้องฎีกาได้ และอีกประการหนึ่งเมื่อพิจารณาฟ้องฎีกาแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยเสีย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางภายใน 15 วัน ฯลฯ จำเลยเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นหยิบยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งเดือนละ 3,000-4,000 บาท และยังมีค่าเช่าที่ดินส่วนที่เหลืออีก 4 แปลง

แปลงละ 3,000 บาทต่อปีนั้น ยังคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง โดยจำเลยได้นำสืบไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีรายได้จากการเลี้ยงกุ้งเท่านั้น ปัจจุบันมีปัญหาไม่ได้ผลดี รายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย ประกอบกับเวลาจับกุ้งมีเพียง 7-8 เดือนในหนึ่งปีเท่านั้นมิได้มีรายได้ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ประกอบกับจำเลยเจ็บป่วยต้องยืมเงินผู้อื่นมารักษาตัว ยังไม่ได้ชำระเป็นจำนวนถึง90,000 บาททั้งยังต้องส่งเสียเลี้ยงดูบุตรอีกด้วย ฉะนั้นคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นจึงไม่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงน่าจะฟังว่าปัจจุบันจำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดพอที่จะนำมาเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาได้ ส่วนประเด็นที่ว่าฟ้องฎีกาของจำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกานั้น

จำเลยเห็นว่าคดีของจำเลยมีมูลพอที่ศาลฎีกาจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา หมายเหตุ โจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 341) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามฟ้อง พร้อมกับรื้อถอนโรงเรือนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปด้วยห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินตามฟ้องต่อไปและให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ดินที่ค้างชำระพร้อมด้วยค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 98,720 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายปีละ 24,680 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ พร้อมทั้งรื้อถอนโรงเรือนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจนหมดสิ้น

จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 296,294) ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 329) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 331) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนได้ความว่าจำเลยมีที่ดินพิพาทกับโจทก์อยู่ถึง 492 ไร่ แบ่งเป็น 6 แปลงแต่ละแปลงมีเนื้อที่ 70 ไร่เศษ จำเลยทำกินเอง 2 แปลง แบ่งให้ผู้อื่นเช่า 4 แปลง ที่ที่ทำกินเองจำเลยทำเป็นวังกุ้ง มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วเดือนละ 3,000 บาทเศษและยังมีรายได้จากการให้เช่าที่ดินดังกล่าวอีกปีละ 3,000 บาทต่อแปลง แม้รายได้ในส่วนหลัง จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้ค่าเช่าเพราะผู้เช่าอ้างว่าอยู่ระหว่างเป็นความแต่ในชั้นไต่สวนขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยกลับหาได้กล่าวอ้างความข้อนี้ไม่ ส่วนข้ออ้างที่ว่าจำเลยมีภาระต้องส่งเสียเลี้ยงดูบุตรและต้องใช้หนี้ผู้มีชื่อนั้น รายได้ของจำเลยดังกล่าวย่อมพอเพียงต่อการใช้จ่ายและใช้หนี้อยู่แล้ว

ดังนั้น สำหรับค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา จึงเชื่อว่าจำเลยมีความสามารถชำระได้จำเลยจึงไม่ใช่คนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลตามที่อ้าง เป็นดังนี้จึงไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถายกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะฎีกาก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางศาลชั้นต้น ในกำหนด 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้