Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6048/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลจะอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบแทนต้นฉบับ เอกสารที่สูญหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(2) นั้น หาได้มีบทบัญญัติบังคับไว้ว่าต้องนำพยานบุคคลผู้รักษาต้นฉบับเอกสารมาสืบไม่ พยานบุคคลใด ๆ ที่รู้เห็น หรือทราบความสูญหายแห่งต้นฉบับเอกสารนั้นสามารถนำมาสืบได้ ดังนั้นการที่โจทก์นำผู้รับมอบอำนาจโจทก์ผู้ทราบความสูญหาย แห่งต้นฉบับเอกสารมาเบิกความยืนยันว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ได้สูญหายไปเพราะโจทก์เก็บเอกสารไม่เป็นระเบียบและเกิด น้ำท่วมภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ สามารถนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นย่อมเป็นการเพียงพอให้ รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินได้สูญหาย ไปจริงและโจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ โดยไม่จำต้อง มีหนังสือสัญญากู้ยืมเงินมาแสดงต่อศาลตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 60,703 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 52,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยที่ 1ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 52,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้ (วันที่ 27 เมษายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโดยดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกินจำนวน 8,203 บาท ให้แก่โจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยที่ 2 มิได้โต้เถียงในชั้นฎีกาว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและรับเงินจำนวน 52,500 บาท จากโจทก์ ตกลงชำระเงินกู้ยืมคืนโจทก์ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2538 และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ดังกล่าว ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 ครั้นหนี้ถึงกำหนดชำระจำเลยที่ 1 ผิดนัดและจำเลยทั้งสองยังมิได้ชำระต้นพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า หนังสือสัญญากู้ยืมเงินคดีนี้ได้สูญหายไปหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์มีเพียงผู้รับมอบอำนาจโจทก์ผู้เดียวเบิกความลอย

ๆว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินได้สูญหายไป มิได้นำพยานบุคคลผู้รักษาเอกสารคือตัวโจทก์มาเบิกความให้ศาลเห็นและเชื่อว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินได้สูญหายไปจริง เห็นว่าการที่ศาลจะอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบแทนต้นฉบับเอกสารที่สูญหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) นั้น หาได้มีบทบัญญัติบังคับไว้ว่าต้องนำพยานบุคคลรักษาต้นฉบับมาสืบไม่กรณีจึงสามารถนำพยานบุคคลใด ๆ ที่รู้เห็นหรือทราบความสูญหายแห่งต้นฉบับเอกสารนั้นมาสืบได้ ดังนั้น การที่โจทก์นำผู้รับมอบอำนาจโจทก์ผู้ทราบความสูญหายแห่งต้นฉบับเอกสารมาเบิกความยืนยันว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินคดีนี้ได้สูญหายไปเพราะโจทก์เก็บเอกสารไม่เป็นระเบียบและเกิดน้ำท่วมอำเภอเชียงคำ

จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยของโจทก์เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2538 โดยจำเลยที่ 2ไม่สามารถนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ย่อมเป็นการเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าหนังสือกู้ยืมเงินคดีนี้ได้สูญหายไปจริง และโจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้โดยไม่จำต้องมีหนังสือสัญญากู้ยืมเงินมาแสดงต่อศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบัติ เดียวอิศเรศ · ไสว จันทะศรี · เสรี ชุณหถนอม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้