Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6045/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมนั้นคำพิพากษาย่อมผูกพันโจทก์ หากโจทก์เห็นว่าไม่ชอบอย่างไรก็อาจที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2533 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 631/2533 หมายเลขแดงที่ 421/2534ของศาลชั้นต้น ในข้อหาตัวแทน เพิกถอนนิติกรรมการให้ โจทก์ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 เป็นทนายความแก้ต่างในคดีดังกล่าววันที่ 6 กันยายน 2534 ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีนั้นโจทก์ไม่ได้ไปศาล จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งไปศาลได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์และไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ ความว่า โจทก์(จำเลยที่ 1 ในคดีนี้)จำเลย (โจทก์ในคดีนี้) ตกลงยุติข้อพิพาทในคดีนั้น โดยจำเลยที่ 1คดีนี้ยินยอมเดินทางไปขอโทษโจทก์คดีนี้ ณ ภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ของโจทก์

เมื่อจำเลยที่ 1 ขอโทษโจทก์แล้ว โจทก์ยินยอมแบ่งที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 ตลอดทั้งทายาทของบิดาที่มีชื่อในฟ้องคือนางชิน เตินนายประพันธ์ เหวี่ยน นางมาลินี ปิยะประเสริฐ นายวาหรือเวนิชเหวี่ยนหรือเจริญมิตรสกุล (จำเลยที่ 1) และนายอดิศร วัฒนดำรงค์หรือวัฒนดำรง (โจทก์) ค่าใช้จ่ายในการแบ่งที่ดินพิพาทโจทก์จำเลย และทายาทตามฟ้องช่วยกันออกคนละเท่า ๆ กัน หากฝ่ายใดผิดสัญญายอมให้บังคับคดีได้ทันที ซึ่งศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวกระทำขึ้นโดยโจทก์มิได้มีเจตนาและให้ความยินยอม และขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่สามารถใช้บังคับกันได้

กล่าวคือโจทก์กับจำเลยที่ 1ไม่ได้ตกลงกำหนดเวลาไว้ให้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 จะต้องไปขอโทษโจทก์ภายในกำหนดเวลาใด หากจำเลยที่ 1 ไปขอโทษโจทก์เมื่อพ้นกำหนดเวลาบังคับคดี 10 ปี สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นย่อมบังคับคดีไม่ได้ ทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 2515 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ที่จำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมและให้โจทก์โอนกลับมาเป็นของจำเลยที่ 1 เดิมมีเนื้อที่ดินอยู่ 1 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา แต่ได้มีการแบ่งแยกออกไปเป็นที่ดินแปลงอื่นแล้ว 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือที่ดินโฉนดเลขที่ 15724เนื้อที่ 100 ตารางวา มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ ส่วนหนึ่งยกให้เป็นทางหลวงเทศบาลไป 2 งาน 13 ตารางวา คงเหลือเนื้อที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2515 อยู่เพียง 3 งาน 57 ตารางวา

จำเลยที่ 1 ไม่ได้ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้และการแบ่งแยกดังกล่าว เพื่อให้ที่ดินนั้นกลับมาเป็นของโจทก์ แล้วเพิกถอนนิติกรรมให้ที่ดินทั้งหมดกลับมาเป็นของจำเลยที่ 1 เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นไม่ได้ระบุไว้ให้ชัดเจนว่า ที่ดินที่โจทก์จะต้องแบ่งให้จำเลยที่ 1และทายาทของบิดาโจทก์และจำเลยที่ 1 จะพึงแบ่งกันอย่างไร โจทก์จึงไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้เนื่องจากที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2515 ที่จำเลยที่ 1 ฟ้องขอแบ่งเหลือเนื้อที่ดินอยู่น้อยกว่าจำนวนที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ขอให้พิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 6 กันยายน 2534 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ตกเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนคำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับดังกล่าวเสีย ให้ศาลชั้นต้นนำคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 421/2534 มาทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว

มีคำสั่งว่า เมื่อโจทก์จำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 421/2534 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล ศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นจะมาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นคู่ความซึ่งต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้นจึงให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาทีจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 1ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ 2 มิได้รับความยินยอมจากโจทก์ จึงเป็นการทำโดยปราศจากอำนาจและนอกเหนือไปจากการแต่งตั้งให้เป็นทนายความ และสัญญาประนีประนอมยอมความขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม และพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมนั้นคำพิพากษาย่อมผูกพันโจทก์ หากโจทก์เห็นว่าไม่ชอบอย่างไรก็อาจที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องต้องกันมานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้