Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60348)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งหกเรื่องผู้เสียหายและเรื่องริบของกลางมิได้มีเนื้อหาข้อกฎหมายและเฉพาะเรื่องรู้หรือไม่รู้ว่าเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกเห็นว่า ฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลที่จะต้องหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ก็ตาม และว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลว่า คดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์และมอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีให้ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) อีกทั้งโจทก์ฟ้องอ้างว่า บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแฮร์รีส ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด จึงไม่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแฮร์รีส เมื่อจำเลยที่ 3 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสไว้ในประเทศไทย จำเลยที่ 3 จึงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ได้สั่งสินค้าของกลางซึ่งมีเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยและได้จำหน่ายให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5และที่ 6 ไม่รู้ว่าเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ประกอบกับศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสเป็นของบริษัทผู้เสียหายและเป็นสินค้าปลอมจึงชอบที่ศาลอุทธรณ์สั่งคืนสินค้าของกลางให้จำเลยทั้งหก ไม่ควรริบของกลางเหล่านี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 272(1),273,275,83,32,91 ฯลฯ ริบของกลางระหว่างพิจารณา บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้ริบสินค้าผิดกฎหมายของกลางทั้งหมดโจทก์และจำเลยทั้งหกต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกโจทก์และจำเลยทั้งหกต่างฎีกา โดยฎีกาของโจทก์อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และเฉพาะฎีกาจำเลยทั้งหกศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 160,161แผ่นที่ 3)จำเลยทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 166)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งหกฎีกาว่า โจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าตามฟ้องจึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์กลับฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าเป็นของผู้อื่น ข้อเท็จจริงที่ได้ความจึงต่างกับฟ้องและของกลางมิใช่สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมไม่เป็นสินค้าผิดกฎหมายอันจะพึงริบ นั้นฎีกาดังกล่าวทุกข้อล้วนเป็นฎีกาที่โต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนฎีกาข้อที่ว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย นั้น ปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองได้ยกฟ้องโจทก์ คงให้ริบของกลางซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมายและจำเลยก็ฎีกาเพียงขอให้คืนของกลางเท่านั้น เมื่อโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273,275 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้มาด้วย ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งหกจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ที่แก้ไขแล้ว และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหกชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1352/2529พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิศวิลัยพาณิชย์ กับพวกจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิศวิลัยพาณิชย์ กับพวก จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 158, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยทั้งหกเรื่องผู้เสียหายและเรื่องริบของกลางมิได้มีเนื้อหาข้อกฎหมายและเฉพาะเรื่องรู้หรือไม่รู้ว่าเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกเห็นว่า ฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลที่จะต้องหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ก็ตาม และว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลว่า คดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์และมอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีให้ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

อีกทั้งโจทก์ฟ้องอ้างว่า บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแฮร์รีส ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด จึงไม่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแฮร์รีส เมื่อจำเลยที่ 3 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสไว้ในประเทศไทย จำเลยที่ 3 จึงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ได้สั่งสินค้าของกลางซึ่งมีเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยและได้จำหน่ายให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5และที่ 6 ไม่รู้ว่าเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม

การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ประกอบกับศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าเครื่องหมายการค้าแฮร์รีสเป็นของบริษัทผู้เสียหายและเป็นสินค้าปลอมจึงชอบที่ศาลอุทธรณ์สั่งคืนสินค้าของกลางให้จำเลยทั้งหก ไม่ควรริบของกลางเหล่านี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 272(1),273,275,83,32,91 ฯลฯ ริบของกลางระหว่างพิจารณา บริษัทอีเมอร์สันอีเลคทริค จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้ริบสินค้าผิดกฎหมายของกลางทั้งหมดโจทก์และจำเลยทั้งหกต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกโจทก์และจำเลยทั้งหกต่างฎีกา โดยฎีกาของโจทก์อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และเฉพาะฎีกาจำเลยทั้งหกศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 160,161แผ่นที่ 3)จำเลยทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 166)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยทั้งหกฎีกาว่า โจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าตามฟ้องจึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์กลับฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าเป็นของผู้อื่น ข้อเท็จจริงที่ได้ความจึงต่างกับฟ้องและของกลางมิใช่สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมไม่เป็นสินค้าผิดกฎหมายอันจะพึงริบ นั้นฎีกาดังกล่าวทุกข้อล้วนเป็นฎีกาที่โต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนฎีกาข้อที่ว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย นั้น ปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองได้ยกฟ้องโจทก์

คงให้ริบของกลางซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมายและจำเลยก็ฎีกาเพียงขอให้คืนของกลางเท่านั้น เมื่อโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273,275 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้มาด้วย ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งหกจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ที่แก้ไขแล้ว และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหกชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้