Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6032/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์จำเลยตกลงกันระงับหนี้ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทที่โจทก์นำมาฟ้อง โดยโจทก์จำเลยตกลงให้ใช้สัญญากู้เงินฉบับใหม่แทน และต่อมาได้มีการชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับใหม่นี้แล้ว การตกลงระงับหนี้ โดยทำสัญญาเป็นหนี้เงินกู้ใหม่เช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จ หรือเวนคืนเอกสารดังที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 326 วรรคหนึ่งบัญญัติไว้ ทั้งไม่ใช่กรณีต้องห้ามการนำสืบตามมาตรา 653 วรรคสอง จำเลยจึงนำสืบได้ ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 446,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ฉบับตามฟ้องจริงแต่ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2537 จำเลยได้ชำระต้นเงินกู้คืนโจทก์จำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จากนั้นโจทก์จำเลยทำสัญญากู้ฉบับใหม่ระบุว่าจำเลยกู้เงินไปจากโจทก์จำนวน 260,000 บาท ซึ่งต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังทั้งหมดคืน และจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยจึงระงับลงโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับตามที่โจทก์นำมาฟ้องอีกศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 446,250 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินจำนวน300,000 บาท อัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่าเดิมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2536 จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 300,000 บาท กำหนดชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 เมษายน 2537 ตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งโจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2537 โจทก์จำเลยทำสัญญากู้เงินกันอีกฉบับหนึ่งจำนวนเงิน 260,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังให้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์จำเลยตกลงระงับหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ฉบับเดิมเอกสารหมาย จ.1 โดยมาทำสัญญากู้เงินกันใหม่ตามจำนวนต้นเงินกู้เดิมที่ค้างชำระอยู่ จำนวน 260,000 บาท หรือไม่ ปัญหานี้โจทก์นำสืบว่า จำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ฉบับเดิมตามเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์เลยแต่ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2537 จำเลยขอกู้เงินจากโจทก์อีกจึงมีการทำสัญญากู้อีกฉบับหนึ่งจำนวนเงิน 260,000 บาทเป็นหนี้คนละส่วนกับหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 นั้นปรากฏว่าสัญญากู้เดิมตามเอกสารหมาย จ.1 กำหนดชำระเงินคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ 5 เมษายน 2537 น่าเชื่อว่าเมื่อใกล้จะถึงกำหนดชำระหนี้จำเลยยังไม่สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้จึงชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์บางส่วนแล้วนำหนี้ต้นเงินกู้ที่ยังค้างชำระมาทำสัญญากู้กันเป็นฉบับใหม่ และตามสัญญากู้เอกสารหมาย

จ.1 กำหนดให้จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ทุกเดือนแต่โจทก์เบิกความว่าจำเลยไม่เคยชำระให้ ทั้งการกู้เงินดังกล่าวยังเป็นการกู้เงินที่ไม่มีการนำหลักทรัพย์มาเป็นประกันหากจำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญาก็ไม่น่าที่โจทก์จะยอมให้จำเลยกู้เงินไปอีกเป็นจำนวนถึง 260,000 บาทซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงใกล้เคียงกับจำนวนเงินกู้เดิมที่ค้างชำระอยู่นอกจากนี้หากจำเลยยังค้างชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับเดิมเอกสารหมาย จ.1 แล้วยังเป็นหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นตามสัญญากู้ฉบับหลังอีก 260,000 บาท ดังที่โจทก์กล่าวอ้างแล้ว เมื่อโจทก์มอบให้ทนายความทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ก็ควรทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับเดิมซึ่งถึงกำหนดชำระก่อนแล้วด้วยแต่ปรากฏว่าโจทก์ได้มอบให้ทนายความทวงถามโดยมีหลักฐานตามหนังสือเอกสารหมาย

ล.1 ซึ่งเป็นการทวงถามเฉพาะหนี้เงินกู้จำนวน 260,000 บาท ตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่1 มีนาคม 2537 เท่านั้น ไม่ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เดิมเอกสารหมาย จ.1 อันเป็นเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยมีหนี้เงินกู้ที่ค้างชำระต่อโจทก์เฉพาะหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังเท่านั้นซึ่งเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลย พฤติการณ์ตามที่โจทก์นำสืบมามีข้อพิรุธสงสัยต่าง ๆ ซึ่งโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้สิ้นกระแสความได้ ทำให้พยานหลักฐานตามข้อนำสืบของโจทก์ยากที่จะรับฟังได้ ในทางตรงกันข้ามจำเลยสามารถนำสืบแยกแยะให้เห็นถึงจำนวนหนี้ การชำระหนี้บางส่วนแล้วเหลือหนี้อยู่อีกเท่าใดแล้วได้นำหนี้ต้นเงินที่ค้างชำระมาทำสัญญากันใหม่อย่างไรด้วยเหตุและผลอย่างมีขั้นตอนโดยมีข้อเท็จจริงสนองรับซึ่งกันและกันในทางที่เป็นไปได้

ทำให้พยานหลักฐานตามข้อนำสืบของจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟังได้มากขึ้นเป็นลำดับ จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยตกลงกันระงับหนี้ตามสัญญากู้ฉบับเดิมที่โจทก์นำมาฟ้องแล้วโดยตกลงให้ใช้สัญญาใหม่เป็นสัญญากู้เงินจำนวน260,000 บาท แทน ซึ่งต่อมาก็ได้มีการชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับใหม่นี้แล้ว และการตกลงระงับหนี้โดยทำสัญญาเป็นหนี้เงินกู้ใหม่เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จหรือเวนคืนเอกสารดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 326 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ทั้งไม่ใช่กรณีต้องห้ามการนำสืบตามมาตรา 653 วรรคสองจำเลยจึงไม่ต้องชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับเดิมเอกสารหมาย จ.1ที่โจทก์นำมาฟ้องให้จำเลยชำระหนี้คดีนี้พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้