Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6028/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยโอนเงินทางโทรศัพท์เข้าบัญชีโจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653แต่เป็นการชำระหนี้อย่างอื่น เมื่อโจทก์ยอมรับแล้วหนี้เงินกู้จึงระงับลง

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยโอนเงินทางโทรศัพท์เข้าบัญชีโจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653แต่เป็นการชำระหนี้อย่างอื่น เมื่อโจทก์ยอมรับแล้วหนี้เงินกู้จึงระงับลงโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจำนวน 300,000 บาทดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระเงินคืนขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 429,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์จริง แต่ชำระคืนแก่โจทก์เรียบร้อยแล้วโดยโอนเงินจำนวน 300,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขามหาสารคาม ตามที่ตกลงกัน ส่วนดอกเบี้ยนั้นโจทก์ได้หักเงินจากจำเลยไว้ล่วงหน้า1 เดือนเป็นเงิน 15,000 บาท แล้วโจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2534 จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปจำนวน 300,000 บาท คิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย กำหนดชำระต้นเงินคืนภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2534 ตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2534 จำเลยได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากบัญชีเลขที่ 296-07304-9 ของโจทก์เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท ปรากฎตามสำเนาภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินโอนเงินทางโทรศัพท์เอกสารหมาย ล. ปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยชำระหนี้เงินกู้พิพาทให้โจทก์แล้วหรือไม่จำเลยอ้างตนเองเบิกความว่า จำเลยได้ชำระหนี้เงินกู้พิพาทแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 300,000 บาท โดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขามหาสารคาม 298 การโอนเงินดังกล่าวธนาคารกรุงเทพ

จำกัด สาขาเชียงยืน 488 ได้ออกหลักฐานการโอนเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยปรากฎตามสำเนาภาพถ่ายใบรับโอนเงินทางโทรศัพท์เอกสารหมาย ล.1 ในข้อนี้โจทก์ก็ยอมรับว่าจำนวนเงินที่จำเลยโอนเข้าบัญชีโจทก์เรียบร้อยแล้ว โจทก์อ้างตนเองเบิกความว่า จำเลยเคยกู้เงินโจทก์ไปหลายครั้งจำนวนเงิน 300,000บาท ที่จำเลยชำระให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้รายอื่นไม่เกี่ยวกับหนี้รายพิพาท

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจำนวน300,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จำเลยจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง แต่การที่จำเลยโอนเงินทางโทรศัพท์เข้าบัญชีโจทก์ตามสำเนาภาพถ่ายใบรับโอนเงินทางโทรศัพท์ไม่เข้าบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวแต่เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้ว โจทก์อ้างแต่เพียงว่าจำเลยชำระหนี้เงินกู้รายอื่นไม่เกี่ยวกับหนี้รายพิพาท โดยโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นชัดแจ้งว่าหนี้รายอื่นเป็นหนี้รายใด

ทั้งตามคำเบิกความของโจทก์เองก็ได้ความว่าหนี้รายอื่นนั้นได้มีการกู้ต้นเดือนพอปลายเดือนก็ชำระกันแล้ว แสดงว่าหนี้รายอื่นนั้นไม่มีการติดค้าง คงมีหนี้รายพิพาทติดค้างเพียงรายเดียว ข้ออ้างของโจทก์จึงมีน้ำหนักน้อยกว่าพยานหลักฐานของจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้โอนเงินทางโทรศัพท์เข้าบัญชีโจทก์จำนวน 300,000 บาท เพื่อชำระหนี้เงินกู้รายพิพาท หนี้เงินกู้จึงระงับลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้