Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2540 โดยขอลาออกตั้งแต่วันที่ 16เมษายน 2540 เป็นต้นไป การที่โจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยย่อมเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่งการเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลานั้น นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานได้แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งยินยอมตกลงหรืออนุมัติแต่อย่างใด การเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวจึงมีผลในวันที่โจทก์แจ้งไว้ในใบลาออกนั้นการจ้างแรงงานระหว่างโจทก์และจำเลยจึงสิ้นสุดลงในวันที่ 16 เมษายน 2540 เมื่อการจ้างสิ้นสุด โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าโจทก์ได้ทำงานมานานเท่าไรและงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 ในวันที่การจ้างสิ้นสุดลง การที่จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2540 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว จำเลยต้องรับผิดต่อความเสียหายอันเกิดแต่การกระทำของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย ครั้งสุดท้ายทำงานในตำแหน่งสมุห์บัญชีประจำธนาคารจำเลยสาขาถนนรัชดาภิเษก (โอลิมเปียไทยทาวเวอร์) เมื่อวันที่13 มีนาคม 2540 โจทก์ได้มีหนังสือขอลาออกเพื่อไปทำงานกับธนาคารแหลมทองจำกัด (มหาชน) โดยมีผลสิ้นสุดการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2540 เป็นต้นไปหลังจากนั้นโจทก์ได้เข้าปฏิบัติงานกับธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) เป็นพนักงานทดลองงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ เมื่อผ่านการทดลองงานแล้วธนาคารแหลมทองจำกัด (มหาชน) ส่งโจทก์เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการประจำสาขาอิมพีเรียลบางนา โดยกำหนดระยะเวลาให้โจทก์จัดส่งหนังสือรับรองการผ่านงาน (ใบสำคัญแสดงการทำงาน)

ก่อนบรรจุโจทก์เป็นพนักงานประจำแต่จำเลยออกหนังสือย้อนหลังไม่อนุมัติให้โจทก์ลาออกและสั่งพักงานโจทก์โดยไม่จ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นใดระหว่างพักงาน เป็นเหตุให้ธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) ระงับการบรรจุโจทก์ไว้ชั่วคราวจนในที่สุดโจทก์ได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงานกลางจำเลยจึงยอมออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2540 การที่จำเลยถ่วงเวลาออกใบสำคัญแสดงการทำงานและไม่อนุมัติให้โจทก์ลาออกจากงานทำให้ธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน)ปฏิเสธไม่รับโจทก์เข้าทำงาน และทำให้โจทก์เสียโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานโจทก์ได้รับความเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน 9,294,450 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

จำเลยจะจ่ายเงินโบนัสตามผลประกอบการของจำเลยมิใช่จำนวน 5 เท่าของเงินเดือนตามฟ้อง ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยนั้น เมื่อวันที่28 มกราคม 2540 จำเลยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีบริษัทอาร์ทลิงค์ จำกัด ลูกค้าของจำเลยสาขาโอลิมเปียไทยทาวเวอร์แจ้งว่าเช็คของบริษัทจำนวน 3 ฉบับ เป็นเงิน 1,920,000 บาท ถูกลักไปและมีผู้ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายและตราประทับของบริษัทแล้วนำมาขึ้นเงินจากจำเลย ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ร่วมอนุมัติจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวด้วย ในระหว่างสอบสวน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2540 โจทก์ได้ยื่นใบลาออก จำเลยเห็นว่าโจทก์น่าจะมีส่วนร่วมรับผิดในกรณีนี้ด้วยจึงมีคำสั่งไม่อนุมัติให้โจทก์ลาออก แต่ให้พักงานเพื่อรอผลการสอบสวน

ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลย ใบลาออกของโจทก์ยังไม่มีผล โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงาน จำเลยไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามฟ้อง นอกจากนี้มูลเหตุตามฟ้องตั้งฐานว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ซึ่งโจทก์เคยนำคดีมาฟ้องศาลแรงงานกลางมาก่อนแล้วตามคดีหมายเลขดำที่ 9051/2540 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2540 จึงถือว่าโจทก์ทราบการกระทำของจำเลยแล้วตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2542 พ้นระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันทราบเหตุดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตในการฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดและอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนสัญญาจ้างแรงงานด้วยซึ่งต้องใช้อายุความทั่วไปคือ10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ โจทก์ทราบดีว่าจำเลยแต่งตั้งกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบกรณีโจทก์ร่วมกับนางอรศิริ เกวี ผู้ช่วยสมุห์บัญชีอนุมัติผ่านเช็คของบริษัทอาร์ทลิงค์ จำกัด (ลูกค้าของจำเลย) ที่ถูกลักไปและมีผู้ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายและตราประทับของบริษัทแล้วนำมาขึ้นเงินซึ่งโจทก์มีส่วนบกพร่องต่อหน้าที่จริงโจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยในระหว่างมีการตั้งกรรมการสอบสวน จำเลยไม่อนุมัติให้โจทก์ลาออกก็เนื่องจากโจทก์มีส่วนรับผิดในเรื่องที่ถูกสอบสวน

โจทก์เพิ่งแจ้งแก่จำเลยว่าโจทก์ไปทำงานกับธนาคารแหลมทองจำกัด (มหาชน) และธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) ต้องการใบสำคัญการทำงานเมื่อวันที่ 22 (ที่ถูกเป็นวันที่ 24) กรกฎาคม 2540 เป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์แล้ว จำเลยไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งมีคำสั่งพักงานโจทก์ การที่จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้โจทก์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2540 รับรองว่าโจทก์ลาออกไปประกอบอาชีพอื่นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2540 เป็นการรับรองการเป็นพนักงานตามความเป็นจริงถือว่าจำเลยอนุมัติให้โจทก์ลาออกจากงานนับแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป จำเลยมิได้จงใจกลั่นแกล้งไม่ออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้โจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

"ในปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2540 โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2540 จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างทันทีที่การจ้างแรงงานสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 แต่จำเลยไม่ออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้โจทก์ตามหน้าที่ กลับมีคำสั่งพักงานโจทก์ย้อนหลัง โดยไม่สั่งใบลาออกภายในกำหนดเวลาอันควรและก่อนวันที่โจทก์กำหนดให้มีผลในใบลาออก พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ จำเลยได้ออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้โจทก์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2540 ซึ่งการออกใบสำคัญแสดงการทำงานล่าช้าทำให้โจทก์ไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานธนาคารแหลมทอง

จำกัด (มหาชน) ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากจำเลยนั้น ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2540 โดยขอลาออกตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2540 เป็นต้นไป เมื่อครบกำหนดตามใบลาออกโจทก์ได้ไปทำงานกับธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งลงวันที่ 30 เมษายน 2540 ให้พักงานโจทก์เพื่อรอผลการสอบสวนโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 16 เมษายน 2540 โจทก์ได้ขอให้จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้เพื่อนำไปแสดงต่อธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2540 แต่จำเลยปฏิเสธ

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางขอให้บังคับจำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้ จำเลยได้ออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2540 โจทก์จึงถอนฟ้องคดีดังกล่าว เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยย่อมเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้าง และการเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวมีผลในวันที่โจทก์แจ้งไว้ในใบลาออกนั้น กรณีตามคดีนี้การจ้างแรงงานระหว่างโจทก์และจำเลยจึงสิ้นสุดลงในวันที่ 16 เมษายน 2540 เมื่อการจ้างสิ้นสุดลงแล้วโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าโจทก์ได้ทำงานมานานเท่าไรและงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 ดังนั้น จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างย่อมมีหน้าที่ต้องออกใบสำคัญแสดงการทำงานซึ่งมีข้อความดังกล่าวข้างต้นให้แก่โจทก์ในวันที่การจ้างสิ้นสุดลง ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยได้มีคำสั่งไม่อนุมัติให้โจทก์ลาออกแต่ให้พักงานและตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวน

ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลย ใบลาออกของโจทก์ยังไม่มีผล โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานนั้นเป็นข้ออ้างที่ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนทั้งการเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลานั้นนายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานได้แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งยินยอมตกลงหรืออนุมัติแต่อย่างใด ข้ออ้างของจำเลยจึงไม่มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะประวิงการออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้แก่โจทก์ได้ จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 6ตุลาคม 2540 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายที่อ้างถึงข้างต้น จำเลยต้องรับผิดต่อความเสียหายอันเกิดแต่การกระทำดังกล่าว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น แต่ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยเพียงใดหรือไม่ จึงเห็นสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาในปัญหาดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษมสันต์ วิลาวรรณ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9770/2558

หลังจากการจ้างแรงงานสิ้นสุดลงด้วยการลาออก จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ออกใบสำคัญแสดงการทำงานให้แก่โจทก์ตามที่ขอ โจทก์ชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าได้ทำงานมานานเท่าไรและงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไรจากจำเลยที่ 1 ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7057/2545

การที่โจทก์อนุมัติสินเชื่อให้แก่นางสาว ร. แล้วโอนเงินมาชำระหนี้ส่วนตัวให้โจทก์ แล้วต่อมาหนี้รายของ นางสาว ร. กลายเป็นหนี้เสียนั้น เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยมีเหตุอันควรไม่ไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2187/2531

แม้โจทก์จะเป็นลูกจ้างซึ่งจำเลยรับเข้าทดลองทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ก็ถือว่าโจทก์เป็นลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 เมื่อการจ้างแรงงานสิ้นสุดลงจำเลยต้องออกใบสำคัญการทำงานให้แก่โจทก์

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้