Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ยื้อแย่งไม้กวาดจากผู้เสียหายที่ 2 และเหวี่ยงกันไปมาโดยจำเลยที่ 1 ทำหน้าตาและส่งเสียงข่มขู่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 และการเหวี่ยงไปมาขณะแย่งไม้กวาด เป็นเหตุให้ข้อมือของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นกรณีที่ต่อเนื่องกับการที่จำเลยทั้งสองเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของผู้เสียหาย ทั้งนี้ เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองใช้ของแข็งงัดกุญแจคล้องประตูหลังบ้านอันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ แล้วเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนางสาวอรพรรณ อุ่นจิตติชัย ผู้เสียหายที่ 1 และนายประสงค์ คุณาจิรภรณ์ ผู้เสียหายที่ 2 และร่วมกันลักทรัพย์หลายรายการ รวมราคาทรัพย์ 250,200 บาท ของผู้เสียหายทั้งสองที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริ

คำฟ้องและคำให้การ

การที่จำเลยที่ 1 ยื้อแย่งไม้กวาดจากผู้เสียหายที่ 2 และเหวี่ยงกันไปมาโดยจำเลยที่ 1 ทำหน้าตาและส่งเสียงข่มขู่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 และการเหวี่ยงไปมาขณะแย่งไม้กวาด เป็นเหตุให้ข้อมือของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นกรณีที่ต่อเนื่องกับการที่จำเลยทั้งสองเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของผู้เสียหาย ทั้งนี้ เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองใช้ของแข็งงัดกุญแจคล้องประตูหลังบ้านอันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ แล้วเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนางสาวอรพรรณ อุ่นจิตติชัย

ผู้เสียหายที่ 1 และนายประสงค์ คุณาจิรภรณ์ ผู้เสียหายที่ 2 และร่วมกันลักทรัพย์หลายรายการ รวมราคาทรัพย์ 250,200 บาท ของผู้เสียหายทั้งสองที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต ทั้งนี้ในการลักทรัพย์จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 2 โดยใช้มือผลักและกอดปล้ำผู้เสียหายที่ 2 เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และให้พ้นจากการจับกุม เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กายมีบาดแผลที่ข้อมือขวา ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 553/2537 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 749/2537ให้ลงโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

จำเลยที่ 2 พ้นโทษไปแล้วภายในเวลา 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษกลับมากระทำความผิดในคดีนี้ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันอีก ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2541 ของศาลอาญาและคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3146/2540 และ 3147/2540 ของศาลจังหวัดนนทบุรีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93, 339 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 59,200 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 กับให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1039/2541ของศาลอาญา และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3146/2540 และ 3147/2540 ขอศาลจังหวัดนนทบุรีจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาชิงทรัพย์และจำเลยที่ 1 รับต่อไปด้วยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อส่วนจำเลยที่ 2 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง จำคุก 12 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(7)(8) วรรคสาม จำคุก 6 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 กึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 9 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามและกึ่งหนึ่ง ตามลำดับ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 59,200 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 งัดทำลายกุญแจประตูบ้านเข้าไปลักทรัพย์ของผู้เสียหายที่ 1 และผู้เสียหายที่ 2 ภายในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหายทั้งสอง คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ดังฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายที่ 2 เบิกความเป็นพยานโจทก์ยืนยันว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบว่าผู้เสียหายทั้งสองกลับมาก็ได้พยายามหลบหนีออกจากบ้าน โดยพยายามข้ามรั้วบ้านออกไป แต่ผู้เสียหายที่ 2 ใช้เครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือขว้างไปที่จำเลยที่ 1 ซึ่งกำลังปีนกำแพงทำให้จำเลยที่ 1 ตกลงมา

จากนั้น ผู้เสียหายที่ 2 ใช้จานข้าวโยนไปที่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ทำหน้าตาและเสียงข่มขู่ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ปีนกำแพงรั้ว และตกลงไปในคูน้ำด้านนอก ผู้เสียหายที่ 2 วิ่งตามไปโดยถือไม้กวาดออกไปด้วย ผู้เสียหายที่ 2 ใช้ไม้กวาดตีจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จับไม้กวาดและยื้อแย่ง โดยเหวี่ยงกันไปมา พร้อมกันนั้นจำเลยที่ 1 ก็ทำหน้าตาและส่งเสียงข่มขู่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 จำเลยที่ 1 กับผู้เสียหายที่ 2 เหวี่ยงกันไปมาสักพักหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงผละหนีไป การเหวี่ยงไปมาขณะแย่งไม้กวาด ทำให้ข้อมือของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บใช้เวลารักษาประมาณ 5 ถึง 6 วัน ข้อเท็จจริงดังกล่าวสอดคล้องกับคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่ว่า

ผู้เสียหายที่ 1 เห็นผู้เสียหายที่ 2 มีเลือดออกที่มือ จึงถามว่าไปถูกอะไร ผู้เสียหายที่ 2 ตอบว่า ระหว่างต่อสู้กับจำเลยที่ 1 มีการแย่งไม้กันและถูกไม้ดังกล่าวบาดมือ พยานหลักฐานของโจทก์จึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ยื้อแย่งไม้กวาดจากผู้เสียหายที่ 2 และเหวี่ยงกันไปมา โดยจำเลยที่ 1 ทำหน้าตาและส่งเสียงข่มขู่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 และการเหวี่ยงไปมาขณะแย่งไม้กวาด เป็นเหตุให้ข้อมือของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นกรณีที่ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้