Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60159)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุกจำเลย 1 ปี รับลดกึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือนนั้น เห็นว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยโต้แย้งข้อเท็จจริงและพยายามเบี่ยงเบนให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการแก้ไขมาก เพราะเป็นการแก้ไขการใช้ดุลพินิจของศาลเกี่ยวกับการลงโทษ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกทั้งฎีกาที่ว่า ฟ้องโจทก์ขัดแย้งกันเคลือบคลุม ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และจำเลยได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 39)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่จำเลยฎีกาการใช้ดุลพินิจของศาลเกี่ยวกับการลงโทษเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ในคำฟ้องและใบนำส่งผู้บาดเจ็บท้ายฟ้องระบุวันเกิดเหตุต่าง พ.ศ. กันว่า เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 525/2529พนักงานอัยการจังหวัดระนองโจทก์นายลิตหรือชลิต แย้มสุคนธ์จำเลยนายลิตหรือชลิต แย้มสุคนธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุกจำเลย 1 ปี รับลดกึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือนนั้น เห็นว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยโต้แย้งข้อเท็จจริงและพยายามเบี่ยงเบนให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการแก้ไขมาก เพราะเป็นการแก้ไขการใช้ดุลพินิจของศาลเกี่ยวกับการลงโทษ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกทั้งฎีกาที่ว่า ฟ้องโจทก์ขัดแย้งกันเคลือบคลุม ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และจำเลยได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 39)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่จำเลยฎีกาการใช้ดุลพินิจของศาลเกี่ยวกับการลงโทษเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ในคำฟ้องและใบนำส่งผู้บาดเจ็บท้ายฟ้องระบุวันเกิดเหตุต่าง พ.ศ. กันว่า เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สาระ เสาวมล · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้